Black Ribbon Top Right

เวลาทำการ

จันทร์-เสาร์ :

09.00 - 22.00 น.

เราช่วยคุณได้

@epictripsthailand

Travel License : 11/12758

หน้าแรก

/

บทความท่องเที่ยว

/

แนะนำ 10 ที่เที่ยวเซนได ที่จะทำให้คุณตกหลุมรัก

แนะนำ 10 ที่เที่ยวเซนได ที่จะทำให้คุณตกหลุมรัก

17

Dec

ญี่ปุ่น

แนะนำ 10 ที่เที่ยวเซนได ที่จะทำให้คุณตกหลุมรัก

  ถ้าใครกำลังมองหาเมืองท่องเที่ยวในญี่ปุ่นที่ไม่วุ่นวายเกินไป แต่เต็มไปด้วยเสน่ห์และเรื่องราวน่าค้นหา “เซนได” คือหนึ่งในเมืองที่ควรปักหมุดไว้ในลิสต์ เมืองแห่งต้นไม้เขียวขจีของภูมิภาคโทโฮคุแห่งนี้ มีครบทั้งธรรมชาติสวยสงบ วัฒนธรรมญี่ปุ่นดั้งเดิม อาหารท้องถิ่นอร่อยๆ และบรรยากาศที่ชวนให้เดินเที่ยวได้แบบสบายใจ

  วันนี้ Epic Trips จะมาแนะนำ 10 ที่เที่ยวเซนไดที่จะทำให้เพื่อนๆตกหลุมรัก จะพาทุกคนไปรู้จักเซนไดในมุมที่เข้าถึงง่าย ตั้งแต่สถานที่ยอดฮิตที่ห้ามพลาด ไปจนถึงมุมเงียบๆที่เหมาะกับการพักใจ รับรองว่าทริปนี้จะทำให้เพื่อนๆหลงรักเซนไดมากขึ้นทีละก้าวโดยไม่รู้ตัว

1. Zao Fox Village

Zao Fox Village เป็นหนึ่งในที่เที่ยวที่มีเอกลักษณ์ที่สุดใกล้เซนได และเป็นสถานที่ที่หลายคนตั้งใจเดินทางมาเพื่อสัมผัส “โลกของสุนัขจิ้งจอก” แบบที่หาไม่ได้จากที่อื่นในญี่ปุ่น บรรยากาศแรกที่ก้าวเข้าไปคือความรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในหมู่บ้านลับกลางหุบเขา ที่เต็มไปด้วยสุนัขจิ้งจอกหลายสายพันธุ์ ทั้งสีส้มคลาสสิก ขาวหิมะ ไปจนถึงสายพันธุ์หายากที่ไม่ค่อยได้เห็นในสวนสัตว์ทั่วไป เสน่ห์ของที่นี่คือความเป็นธรรมชาติ ทุกอย่างถูกออกแบบให้สุนัขจิ้งจอกได้ใช้ชีวิตอย่างอิสระในพื้นที่กว้าง มีทั้งโซนที่เดินเล่นได้อย่างสบายๆ และโซนที่สามารถให้อาหารได้อย่างปลอดภัย ไฮไลท์คือช่วงฤดูหนาว เพราะหมู่บ้านจะถูกปกคลุมด้วยหิมะจนกลายเป็นฉากเทพนิยาย สุนัขจิ้งจอกสีส้มตัดกับพื้นหิมะขาวเป็นภาพที่สวยมากจนหลายคนตั้งใจมาถ่ายรูปโดยเฉพาะ 

2. Aquarium Kamo

Aquarium Kamo เรียกได้ว่าเป็นโลกของแมงกะพรุนที่สวยจนเหมือนหลุดเข้าไปในอีกมิติหนึ่งเลยทีเดียว และเป็นหนึ่งในอควาเรียมที่ดังที่สุดในญี่ปุ่นเรื่องการจัดแสดงแมงกะพรุนจำนวนมากที่สุดในประเทศด้วย บรรยากาศข้างในจะค่อนข้างมืดนิดๆ เพื่อให้แสงจากตู้แมงกะพรุนโดดเด่นขึ้น พอเดินเข้าไปแล้วจะเห็นตู้ทรงกลมหลายขนาดเรียงรายเหมือนหน้าต่างที่พาเราไปดูโลกใต้น้ำแบบละมุนๆ แมงกะพรุนแต่ละชนิดลอยตัวช้าๆ เหมือนกำลังเต้นรำในน้ำ แสงที่สะท้อนจากตัวมันทำให้รู้สึกทั้งสงบ ทั้งน่าหลงใหลในเวลาเดียวกัน ตู้ไฮไลต์ของที่นี่คือ “ตู้แมงกะพรุนทรงกลมขนาดใหญ่” ที่หลายคนตั้งใจมาถ่ายโดยเฉพาะ เพราะมันให้ฟีลเหมือนยืนอยู่หน้าดาวเคราะห์เรืองแสง ถ่ายมุมเงยก็สวย มุมตรงก็ได้ฟีลมินิมอล ส่วนใครชอบภาพแนวซิลูเอต แค่ยืนหันหลังให้ตู้แล้วปล่อยให้แสงฟ้า‑ม่วงจากด้านหลังตัดกับตัวคน ภาพก็ออกมาดูแพงแบบไม่ต้องแต่งเยอะ

3. Tsuruoka beach

Tsuruoka beach ทะเลแสนเงียบสงบ แต่โคตรมีเสน่ห์สำหรับสายถ่ายรูป แบบที่ไม่ต้องมีคนเยอะ ไม่ต้องแย่งมุม แต่ได้ภาพเท่ๆ แบบมินิมอลกลับไปเพียบเลยนะ ช่วงเย็นคือเวลาที่สวยที่สุด เพราะพระอาทิตย์จะค่อยๆตกลงทะเลแบบเต็มตา แสงทองที่สะท้อนผิวน้ำทำให้ภาพออกมาดูโรแมนติกมาก ถ้าใครชอบถ่ายคนแบบย้อนแสง แค่ให้แบบยืนหันข้างหรือเดินช้าๆ ริมน้ำ ภาพก็ออกมาดูแพงแบบไม่ต้องแต่งเยอะเลย

4. Zuihoden Mausoleum

Zuihoden Mausoleum เป็นหนึ่งในสถานที่ที่ให้ความรู้สึกสงบ แต่สวยงามแบบลึกซึ้งมากที่สุดในเซนได และยิ่งรู้ว่าที่นี่คือสุสานของท่านดาเตะ มาซามุเนะ ไดเมียวผู้ทรงอิทธิพลแห่งยุคเอโดะ ความรู้สึกตอนเดินเข้าไปก็ยิ่งมีน้ำหนักขึ้นอีกนิด เพราะมันไม่ใช่แค่สถานที่ท่องเที่ยว แต่เป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ของตระกูลดาเตะที่ปกครองเซนไดมายาวนาน ทางเดินถูกโอบล้อมด้วยต้นซีดาร์เก่าแก่สูงใหญ่ที่ยืนเรียงกันเหมือนกำแพงธรรมชาติ ทำให้ทุกก้าวที่เดินขึ้นเนินไปยังสุสานรู้สึกเหมือนกำลังย้อนเวลากลับไปในอดีต ตัวสุสานหลักของท่านมาซามุเนะมีความวิจิตรแบบที่เห็นแล้วต้องหยุดมอง ลวดลายสีสดบนผนังและหลังคาเป็นเอกลักษณ์ของยุคโมโมยามะที่หาดูได้ยากในปัจจุบัน และบริเวณรอบๆ ยังมีสุสานของลูกหลานตระกูลดาเตะ รวมถึงพิพิธภัณฑ์เล็กๆ ที่จัดแสดงของที่ขุดพบ เช่น ดาบ หมวกเกราะ และสิ่งของส่วนตัวของท่านมาซามุเนะ ซึ่งช่วยให้ภาพของประวัติศาสตร์ชัดเจนขึ้นอีกขั้น

5. Five-storey Pagoda Of Mount Haguro

Five-storey Pagoda Of Mount Haguro ตัวเจดีย์สูงราว 29 เมตร สร้างจากไม้ทั้งหลังและตั้งอยู่ท่ามกลางต้นซีดาร์อายุนับร้อยปี ทำให้ภาพที่เห็นเหมือนฉากในหนังย้อนยุคมากๆ แม้จะต้องเดินลึกเข้าไปในป่าซีดาร์เก่าแก่ แต่พอเห็นตัวเจดีย์จริงๆ จะเข้าใจทันทีว่าทำไมคนถึงยอมเดินทางมาชมกันไม่ขาดสาย ที่นี่ยังเป็นเจดีย์ห้าชั้นเพียงแห่งเดียวในภูมิภาคโทโฮคุที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติประจำชาติของญี่ปุ่นอีกด้วยนะ

6. Ginzan Onsen

Ginzan Onsen เมืองออนเซ็นที่ให้ฟีลย้อนเวลาแบบโรแมนติกสุดๆ ให้ความรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในฉากหนังญี่ปุ่นยุคไทโชเลยทีเดียว อาคารเรียวกังไม้สองฝั่งลำธารตั้งเรียงกันอย่างเป็นระเบียบเหมือนภาพวาด บรรยากาศมันละมุนจนแค่เดินเล่นก็รู้สึกดีแบบไม่ต้องทำอะไรเลย ไม่ว่าจะเป็นสะพานเล็กๆที่ทอดข้ามลำธาร เสียงน้ำไหลเบาๆ หรือไอน้ำอุ่นที่ลอยขึ้นจากบ่อออนเซ็นกลางแจ้ง ยิ่งถ้ามาในฤดูหนาว หิมะที่ปกคลุมหลังคาเรียวกังจะทำให้เมืองทั้งเมืองกลายเป็นฉากเทพนิยายแบบที่หลายคนตั้งใจมาถ่ายรูปโดยเฉพาะ

7. Rinnoji Temple

Rinnoji Temple วัดนี้เป็นวัดประจำตระกูลดาเตะ ผู้ปกครองเซนไดในยุคเอโดะ จุดเด่นคือสวนญี่ปุ่นที่สวยจนเหมือนหลุดเข้าไปในโลกสงบๆอีกใบหนึ่งเลย ที่นี่ถือเป็นหนึ่งในสวนที่ดีที่สุดในเซนไดด้วยนะ เป็นไฮไลท์ที่คุ้มค่ามากในการมาเยือน บรรยากาศโดยรวมจะให้ความรู้สึกสงบมาก เหมาะกับคนที่อยากพักใจจากความวุ่นวายของเมืองเซนไดสักครู่ เดินชมสวน ฟังเสียงลม และมองปลาคาร์ปว่ายไปมาแบบไม่ต้องเร่งรีบ ยิ่งถ้ามาในฤดูใบไม้ร่วงสีแดง-ทองของใบไม้จะทำให้ทั้งวัดดูอบอุ่นและโรแมนติกขึ้นอีกระดับ

8. Matsushima Fish Market

Matsushima Fish Market หนึ่งในแหล่งทะเลที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดของญี่ปุ่น ตลาดนี้รวมอาหารทะเลไว้กว่า 1,500 ชนิด ตั้งแต่ทูน่าคุณภาพสูงที่ขึ้นชื่อว่า “สดมากเพราะแช่แข็งทันทีบนเรือ” ไปจนถึงหอยนางรมตัวโตที่เป็นของดีประจำมัตสึชิมะ เมนูเด็ดที่หลายคนตั้งใจมาลองคือ เบอร์เกอร์หอยนางรมที่ใช้ขนมปังทำจากข้าวซาซานิชิกิของโทเมะ แปลก อร่อย และหากินได้เฉพาะที่นี่เท่านั้น

9. Aoba Castle

Aoba Castle เป็นจุดที่ทำให้เราสามารถเห็นเซนไดทั้งเมืองในมุมเดียว ดังนั้นขุนนางดาเตะ มาซามุเนะถึงเลือกภูเขานี้เป็นที่ตั้งของปราสาทเมื่อกว่า 400 ปีก่อน ปราสาทเดิมอาจไม่เหลืออยู่แล้ว แต่บรรยากาศของที่นี่กลับเต็มไปด้วยพลังประวัติศาสตร์ ทั้งกำแพงหินเก่า ซากป้อมยาม และลมเย็นที่พัดผ่านยอดเขาสูงราว 100 เมตรเหนือเมืองเซนได ไฮไลท์ที่ทำให้ที่นี่น่าไปที่สุดคือ “จุดชมวิว” ที่มองเห็นเมืองเซนไดแบบพาโนรามา เป็นมุมที่ทั้งนักท่องเที่ยวและคนท้องถิ่นชอบมานั่งพัก ถ่ายรูป หรือชมพระอาทิตย์ตกแบบช้าๆ อีกอย่างที่พลาดไม่ได้คือ รูปปั้นดาเตะ มาซามุเนะบนหลังม้าที่ยืนเด่นอยู่เหนือเมือง เป็นสัญลักษณ์ของเซนไดที่ใครมาก็ต้องถ่ายรูปไว้สักใบ

10. Ichibancho and Clis Road

Ichibancho and Clis Road คือหัวใจของความคึกคักในเซนไดแบบแท้จริง เพราะสองเส้นนี้คือย่านช้อปปิ้งหลักที่คนท้องถิ่นกับนักท่องเที่ยวใช้ชีวิตกันจริงๆ บรรยากาศจะเป็นถนนช้อปปิ้งแบบมีหลังคาคลุม เดินสบายไม่ว่าฝนตกหรือแดดแรง ร้านค้าก็เรียงกันแน่นตั้งแต่แบรนด์เนม ห้างใหญ่ คาเฟ่ ร้านอาหาร ไปจนถึงร้านท้องถิ่นที่ขายของน่ารักๆให้เดินเพลินทั้งวัน สำหรับ Ichibancho ก็เป็นโซนที่เชื่อมต่อกันแบบ T‑shape ทำให้เดินแล้วรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในเมืองช้อปปิ้งใต้หลังคาขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคโทโฮคุ  ส่วน Clis Road เองถูกยกให้เป็นถนนช้อปปิ้งที่ใหญ่ที่สุดของเซนได มีตั้งแต่ร้านอาหาร คาเฟ่ ศูนย์เกม ไปจนถึงแบรนด์ดังต่างๆ

เซนไดอาจไม่ได้เป็นเมืองที่หวือหวาที่สุดในญี่ปุ่น แต่กลับเป็นเมืองที่ค่อยๆซึมเข้าไปในความทรงจำ ผ่านจังหวะชีวิตที่เรียบง่าย ผู้คนเป็นมิตร และบรรยากาศที่ทำให้การเดินทางช้าลงอย่างมีความหมาย หวังว่าบทความนี้จะทำให้ทุกคนตกหลุมรักเมืองเซนไดมากขึ้น แต่ถ้าอยากสัมผัสเสน่ห์เหล่านี้แบบไม่ต้องวางแผนให้วุ่นวาย ให้ Epic Trips ดูแลทริปของคุณ เพื่อให้คุณได้ใช้เวลาโฟกัสกับความสุขของการเดินทางอย่างแท้จริงกับโปรแกรม ทัวร์ญี่ปุ่น ไม่แน่ว่าเซนไดอาจเป็นก้าวแรกของความทรงจำดีๆครั้งต่อไปของทุกคนก็ได้

จำนวนผู้เข้าชม 139 ครั้ง