Black Ribbon Top Right

เวลาทำการ

จันทร์-เสาร์ :

09.00 - 22.00 น.

Hotline

083-885-3011

เราช่วยคุณได้

@epictripsthailand

Travel License : 11/12758

หน้าแรก

/

บทความท่องเที่ยว

/

เที่ยวเวียดนามเหนือ มัดรวม 13 ที่เที่ยวยอดฮิต ฮานอย-ฮาลอง-ซาปา

เที่ยวเวียดนามเหนือ มัดรวม 13 ที่เที่ยวยอดฮิต ฮานอย-ฮาลอง-ซาปา

11

Dec

เวียดนาม

เที่ยวเวียดนามเหนือ มัดรวม 13 ที่เที่ยวยอดฮิต ฮานอย-ฮาลอง-ซาปา

  เวียดนามเหนือคือหนึ่งในภูมิภาคที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และธรรมชาติที่งดงามที่สุดของประเทศ โดยเฉพาะสามเมืองท่องเที่ยวชื่อดังอย่าง "ฮานอย ฮาลอง ซาปา" ซึ่งสะท้อนเสน่ห์ของวิถีชีวิตชาวเวียดนามเหนืออย่างครบถ้วน


  วันนี้ Epic Trips จึงคัดสรร 13 ที่เที่ยวเด่นดังจากทั้งสามเมือง เพื่อพาทุกคนทำความรู้จักกับแลนด์มาร์คสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นจุดชมวิวงดงาม คาเฟ่ยอดฮิต และมุมวัฒนธรรมที่ไม่ควรพลาดในการท่องเที่ยวเวียดนามเหนือ✨

1. เมก้า แกรนด์เวิลด์ ฮานอย (Mega Grand World Hanoi)

เมก้า แกรนด์เวิลด์ ฮานอย เป็นพื้นที่ที่ถูกออกแบบให้เป็นโลกแห่งเทศกาลที่ผสมผสานศิลปะ วัฒนธรรม และสถาปัตยกรรมจากเอเชียและยุโรปเข้าไว้ด้วนกันอย่างตั้งใจ ทำให้ที่นี่ไม่ได้เป็นแค่แหล่งช้อปปิ้งหรือที่เที่ยว แต่เป็นประสบการณ์ที่ถูกสร้างขึ้นให้รู้สึกเหมือนเดินอยู่ในเมืองต่างประเทศหลายแห่งในทริปเดียว หนึ่งในเสน่ห์ที่โดดเด่นที่สุดคือโซน The Venice ที่จำลองบรรยากาศเมืองเวนิสริมคลองไว้อย่างมีชีวิตชีวา ร้านค้าสีสันสดใสเรียงรายริมแม่น้ำ และมีเรือกอนโดลาล่องไปตามสายน้ำให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสความโรแมนติกแบบยุโรปเต็มๆ ยิ่งช่วงพระอาทิตย์ตก บรรยากาศจะยิ่งสวยจนเหมือนฉากในภาพยนตร์ ซึ่งนักท่องเที่ยวจำนวนมากตั้งใจมาถ่ายรูปช่วงเวลานี้โดยเฉพาะ

2. Cong Caphe Cafe

Cong Caphe Cafe หนึ่งในคาเฟ่ที่มีเอกลักษณ์ที่สุดของฮานอย เพราะไม่ได้ขายแค่กาแฟ แต่ขาย “ความทรงจำของยุคเก่า” ผ่านบรรยากาศที่ตั้งใจออกแบบให้ย้อนกลับไปสู่เวียดนามช่วงทศวรรษ 70–80 ทั้งเฟอร์นิเจอร์ไม้เก่า ผนังสีเขียวทหาร ภาพถ่ายขาวดำ และของใช้สไตล์บ้านๆ ที่ทำให้รู้สึกเหมือนกำลังนั่งอยู่ในบ้านทหารหรือบังเกอร์เล็กๆ ที่อบอุ่นและมีเรื่องราวอยู่ทุกมุม ที่สำคัญรสชาติกาแฟของที่นี่ยังเป็นเอกลักษณ์ โดยเฉพาะ Coconut Coffee ที่กลายเป็นเมนูซิกเนเจอร์ของร้าน และเป็นหนึ่งในเครื่องดื่มที่ผู้คนต้องมาลอง บรรยากาศของร้านมักจะอบอุ่น คึกคัก และเต็มไปด้วยทั้งคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวที่มานั่งจิบกาแฟ ชมวิวถนน หรือถ่ายรูปกับมุมวินเทจที่หาไม่ได้จากคาเฟ่อื่น

3. The Coffee House - Hai Ba Trung

The Coffee House สาขา Hai Ba Trung เป็นหนึ่งในร้านที่ให้ความรู้สึก “ฮานอยแบบร่วมสมัย” ชัดเจนที่สุด เพราะตั้งอยู่ในย่านที่ผสมผสานความเก่าแก่ของเมือง กับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ได้อย่างลงตัว และเปิดตั้งแต่เช้าถึงดึก ทำให้เป็นจุดนัดพบยอดนิยมของทั้งคนทำงาน นักศึกษา และนักท่องเที่ยวที่อยากหาที่นั่งพักใจกลางเมือง บรรยากาศของร้านมีความเป็น “บ้าน” ตามคอนเซ็ปต์ของร้าน อบอุ่น เรียบง่าย แต่ดูดีในแบบมินิมอลเวียดนาม เฟอร์นิเจอร์ไม้สีอ่อน แสงธรรมชาติที่ส่องเข้ามาจากกระจกบานใหญ่ และพื้นที่นั่งที่จัดเป็นสัดส่วน ทำให้ร้านเหมาะทั้งกับการนั่งทำงาน นั่งคุย หรือแค่แวะพักจิบกาแฟระหว่างเดินเล่นในย่านที่คึกคักนี้

4. วัดตามจุ๊ก (Tam Chuc Temple)

วัดตามจุ๊ก วัดแห่งนี้ห่างจากฮานอยเพียงชั่วโมงกว่าๆ ทำให้เป็นจุดหมายที่คนเวียดนามนิยมเดินทางมาทำบุญและพักใจในวันหยุด วัดแห่งนี้ถูกโอบล้อมด้วยภูเขาหินปูนและทะเลสาบกว้าง ทำให้ภาพแรกที่เห็นคือความอลังการของสถาปัตยกรรมพุทธศาสนาที่ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันเงียบงาม เสน่ห์ของวัดตามจุ๊กอยู่ที่การผสมผสานระหว่างความศักดิ์สิทธิ์และความงดงามของธรรมชาติ ด้านหน้าวัดหันออกสู่ทะเลสาบกว้างที่นิ่งสงบ ส่วนด้านหลังพิงภูเขาหินปูนสูงตระหง่าน ทำให้วัดดูเหมือนลอยอยู่ท่ามกลางหมอกและน้ำในบางช่วงเวลา บรรยากาศแบบนี้ทำให้หลายคนรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่ในฉากภาพยนตร์พุทธศิลป์ที่มีชีวิตจริงๆ

5. วัดเจดีย์เสาเดียว (One Pillar Pagoda)

วัดเจดีย์เสาเดียว หนึ่งในสัญลักษณ์ที่งดงามที่สุดของฮานอย และเป็นสถานที่ที่สะท้อนหัวใจของประวัติศาสตร์เวียดนามได้อย่างลึกซึ้ง วัดแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1049 โดยจักรพรรดิหลี่ไท่ตง ตามตำนานที่เล่าว่า พระองค์ฝันเห็นพระโพธิสัตว์กวนอิมประทับบนดอกบัว และประทานพรให้มีพระโอรส เมื่อพระองค์มีรัชทายาทจริง จึงโปรดให้สร้างเจดีย์ที่มีรูปทรงเหมือนดอกบัวผุดขึ้นจากผืนน้ำ เพื่อเป็นการขอบคุณต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ความงามของวัดเจดีย์เสาเดียวอยู่ที่ความเรียบง่ายแต่ทรงพลัง ตัวเจดีย์ตั้งอยู่บนเสาเดียวสูงกลางสระน้ำ ทำให้ดูราวกับดอกบัวกำลังลอยอยู่บนผิวน้ำ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์และการตรัสรู้ในพุทธศาสนา

6. ถนน 36 สายเก่า (Hanoi Old Quarter)

ถนน 36 สายเก่า ตั้งอยู่ในฮานอย มีชื่อเรียกพื้นเมืองว่า 36 เฝอเฟืองในอดีตเป็นถนนที่มีชื่อเสียงในเรื่องของงานหัตถกรรมมายาวนานกว่า 600 ปี ในปัจจุบันถนนแห่งนี้มีสินค้ามากมาย เป็นแหล่งขายของมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า เครื่องเขิน งานฝีมือที่ทำจากไม้ เรือสำเภาไม้จำลอง ของที่ระลึกจากเวียดนามที่ทำขึ้นจากฝีมือคนท้องถิ่นอย่างแท้จริง เป็นต้น

7. ล่องเรือชมอ่าวฮาลอง (Ha Long Bay Cruise)

ล่องเรือชมอ่าวฮาลอง คือประสบการณ์ที่ทำให้เข้าใจทันทีว่าทำไมที่นี่ถึงถูกยกให้เป็นมรดกโลก เพราะทันทีที่เรือค่อยๆเคลื่อนผ่านผืนน้ำสีเขียวมรกต เพื่อนๆจะเห็นภูเขาหินปูนสูงตระหง่านนับร้อยลูกโผล่ขึ้นมาราวกับประติมากรรมธรรมชาติที่สลักด้วยมือของเวลา ความรู้สึกเหมือนกำลังล่องอยู่ในโลกอีกใบหนึ่ง ทั้งเงียบ สงบ และงดงามจนแทบหยุดหายใจ ซึ่งหลายคนบอกตรงกันว่าการล่องเรือคือ “วิธีที่ดีที่สุด” ในการสัมผัสอ่าวฮาลอง เพราะจะได้เห็นทั้งเกาะหินรูปร่างแปลกตา ถ้ำซ่อนตัว และผืนน้ำที่เปลี่ยนสีไปตามแสงแดดตลอดวัน

8. ถ้ำสวรรค์ (Thien Cave)

ถ้ำสวรรค์ เป็นหนึ่งในถ้ำที่งดงามที่สุดของอ่าวฮาลอง และเป็นจุดที่หลายคนพูดตรงกันว่า "อลังการราววังสวรรค์" ภายในมีห้องโถงขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยหินงอกหินย้อยรูปร่างประหลาดราวกับถูกแกะสลักอย่างตั้งใจ แสงไฟหลากสีที่ส่องสะท้อนผิวหินทำให้บรรยากาศด้านในดูเหนือจริง คล้ายฉากในเทพนิยายมากกว่าถ้ำธรรมชาติทั่วไป บางส่วนของถ้ำยังถูกเล่าขานว่าเป็นห้องจัดงานแต่งของมังกรตามตำนานเก่าแก่ ทำให้การเดินชมถ้ำเหมือนกำลังเดินผ่านเรื่องเล่าที่ถูกสลักไว้บนผนังหิน อีกจุดที่ทำให้ถ้ำสวรรค์โดดเด่นคือความกว้างใหญ่และความลึกของตัวถ้ำ ซึ่งแบ่งเป็นหลายห้องโถงที่ค่อยๆ เปิดเผยความงามไปทีละชั้น นักท่องเที่ยวมักประทับใจกับความรู้สึก “ว้าว” ที่เกิดขึ้นซ้ำๆ ทุกครั้งที่เดินผ่านโถงใหม่ เพราะแต่ละส่วนมีรูปทรงและแสงเงาที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง 

9. กระเช้าลอยฟ้า 2 ชั้นที่จุคนได้มากที่สุดในโลก (Queen Cable Car)

กระเช้าลอยฟ้า 2 ชั้น Queen Cable Car คือประสบการณ์ที่ทำให้การชมอ่าวฮาลองยิ่งพิเศษขึ้นไปอีกขั้น ได้รับการบันทึกโดยกินเนสส์บุ๊กว่าเป็นกระเช้าที่รองรับผู้โดยสารได้มากที่สุดในโลกถึง 230 คน และมีเสาสูงที่สุดในโลกกว่า 188.88 เมตร เราจะรู้สึกเหมือนกำลังลอยอยู่เหนือทะเลสีมรกตและภูเขาหินปูนที่เรียงตัวเป็นฉากหลังอันยิ่งใหญ่ของอ่าวฮาลอง การเดินทางเพียงสิบกว่านาทีนี้จึงกลายเป็นช่วงเวลาที่หลายคนบอกว่าเป็น “วิวที่สวยที่สุดของฮาลอง” เพราะได้เห็นทั้งทะเล เมือง และภูเขาในมุมสูงที่ไม่มีอะไรบดบัง

10. โมอาน่า คาเฟ่ (Moana Sapa Cafe)

โมอาน่า คาเฟ่ หนึ่งในจุดเช็คอินที่ทำให้ซาปามีเสน่ห์แบบ "ซาปา x บาหลี" อย่างแท้จริง ฉากหลังของคาเฟ่เป็นภูเขา ฟ้ากว้าง และหมอกที่ลอยผ่านไปช้าๆ ผสมกับพร็อพถ่ายรูปสไตล์บาหลีที่โดดเด่น ไม่ว่าจะเป็นประตูบาหลี มือยักษ์สีทอง ต้นไม้เดี่ยวกลางวิว หรือสระน้ำที่สะท้อนทิวเขาอย่างสวยงาม ทุกมุมถูกออกแบบให้ถ่ายรูปขึ้นแบบไม่ต้องพยายาม โดยเฉพาะรูปปั้นโมอาน่าขนาดใหญ่ที่เป็นสัญลักษณ์ของที่นี่

11. ยอดเขาฟานซีปัน (Fansipan Mountain)

ยอดเขาฟานซีปัน คือจุดที่ทำให้ซาปามีเสน่ห์แบบ “แตะขอบฟ้า” อย่างแท้จริง เพราะนี่คือหลังคาแห่งอินโดจีน สูงที่สุดในเวียดนามและภูมิภาค ด้วยความสูงกว่า 3,143 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล เสน่ห์ของฟานซีปันอยู่ที่ความยิ่งใหญ่ที่โอบล้อมด้วยความสงบ กระเช้าค่อยๆพาไต่ผ่านหุบเขา จะได้เห็นหมู่บ้าน นาขั้นบันได และทะเลหมอกที่ลอยผ่านไปอย่างนุ่มนวล พอถึงยอดเขา พอถึงยอดเขา ภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือทะเลหมอกสีขาวที่ปกคลุมยอดเขานับไม่ถ้วน เหมือนกำลังยืนอยู่บนสวรรค์ชั้นฟ้า ถือเป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุดของซาปา เพราะมองได้รอบทิศแบบไม่มีอะไรมาบดบัง ทั้งภูเขา ป่าเขียว และเส้นขอบฟ้าที่ดูเหมือนเชื่อมต่อกับโลกอีกใบหนึ่ง บนยอดยังมีสถาปัตยกรรมพุทธศิลป์ที่ทำให้บรรยากาศยิ่งขลังขึ้นไปอีก ทั้งเจดีย์ วัด และรูปปั้นพระพุทธรูปขนาดใหญ่ที่ตั้งตระหง่านท่ามกลางหมอก ทำให้การขึ้นฟานซีปันไม่ใช่แค่การชมวิว แต่เป็นประสบการณ์ทางจิตใจที่สงบและทรงพลังในเวลาเดียวกัน

12. นาขั้นบันได (Cat Cat Village)

ถ้าพูดถึงเวียดนามเหนือแล้ว นอกจากยอดเขาฟานซีปัน สิ่งที่หลายคนจะนึกถึงก็คือ นาขั้นบันได นั่นเอง และหนึ่งในสถานที่ชมวิวนาขั้นบันไดก็คือ "หมู่บ้านกั๊ตกั๊ต" ภาพจำของซาปาที่ทั้งอ่อนโยนและทรงพลังในเวลาเดียวกัน เพราะทันทีที่เดินลงสู่หมู่บ้าน เส้นทางจะค่อยๆเปิดเผยวิวทุ่งนาที่ไหลลดหลั่นตามไหล่เขาเหมือนคลื่นสีเขียวที่ถูกวาดด้วยพู่กันขนาดใหญ่ หลายคนบอกตรงกันว่าหมู่บ้านนี้เป็นหนึ่งในจุดที่เห็นนาขั้นบันไดได้ใกล้ที่สุดและชัดที่สุดของซาปา เนื่องจากตั้งอยู่เดียงประมาณ 2 กิโลเมตรจากตัวเมือง ทำให้วิวทั้งหมดอยู่ในระดับสายตาแบบไม่ต้องปีนเขาไกล ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการชมนาขั้นบันได ได้แก่ กลางกันยายนถึงต้นตุลาคม เพราะเป็นช่วงที่นาขั้นบันไดเปลี่ยนเป็นสีทองเต็มพื้นที่ เนื่องจากข้าวออกรวงเต็มที่และอากาศกำลังดี

13. สะพานแก้วมังกรเมฆ (Glass Bridge Rong May)

สะพานแก้วมังกรเมฆ หนึ่งในประสบการณ์ที่ทั้งหวาดเสียวและงดงามในเวลาเดียวกัน เพราะตั้งอยู่บนด่านเขาโอกวีโฮ เมืองซาปา ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางภูเขาที่สวยที่สุดของเวียดนามเหนือ และเป็นสะพานแก้วใสแห่งแรกของเวียดนาม ตั้งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 2,000 เมตร ให้วิวทิวทัศน์อลังการ 360 องศา พร้อมลิฟต์แก้ว 300 เมตร และจุดชมวิวบนหน้าผา เหมาะกับคนชอบความสูง มีร้านค้า ร้านกาแฟ และกิจกรรมอื่นๆด้านบน

หลังจากพาทุกคนไปรู้จักครบทั้ง 13 ที่เที่ยวฮานอย ฮาลอง ซาปาแล้ว หวังว่าเพื่อนๆจะเห็นเสน่ห์ของเวียดนามเหนือในมุมที่หลากหลายยิ่งขึ้น หากอยากสัมผัสบรรยากาศเหล่านี้ด้วยตัวเองแบบไม่ต้องวางแผนให้ยุ่งยาก Epic Trips พร้อมพาไปเปิดประสบการณ์เวียดนามเหนืออย่างครบเครื่อง ทั้งฮานอย ฮาลอง ซาปา ด้วยแพ็กเกจทัวร์คุณภาพ เดินทางสบาย เที่ยวครบ จุดไฮไลต์ไม่มีพลาด เพียงเตรียมตัวให้พร้อม แล้วออกเดินทางไปสร้างความทรงจำใหม่ๆในเวียดนามเหนือกับเราได้เลย! >>> ทัวร์เวียดนาม

จำนวนผู้เข้าชม 177 ครั้ง