
04
Dec
ฝรั่งเศส
เปิดลิสต์ 13 ที่เที่ยวสุดปังในฝรั่งเศส
1. หอไอเฟล (Eiffel Tower)

Credit :: Pelago
2. พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ (Louvre Museum)
พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ เริ่มต้นชีวิตของมันในศตวรรษที่ 12 ไม่ใช่ในฐานะพิพิธภัณฑ์ แต่เป็นป้อมปราการของกษัตริย์ฟิลิปที่ 2 เพื่อปกป้องปารีสจากการรุกราน ร่องรอยของกำแพงหินยุคกลางยังคงหลบซ่อนอยู่ในชั้นใต้ดินของพิพิธภัณฑ์จนถึงทุกวันนี้ ก่อนจะถูกปรับเป็นพระราชวังของกษัตริย์ฝรั่งเศส และหลังการปฏิวัติฝรั่งเศสจึงเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ในปี 1793 ภายในมีผลงานกว่า 600,000 ชิ้น และจัดแสดงราว 35,000 ชิ้น ครอบคลุมศิลปะตั้งแต่อารยธรรมโบราณจนถึงศตวรรษที่ 19 ภาพจำร่วมสมัยของลูฟร์คือ พีระมิดกระจก ที่ออกแบบโดย I. M. Pei ซึ่งกลายเป็นสัญลักษณ์ของการผสมผสานระหว่างความคลาสสิกและความโมเดิร์นอย่างลงตัว ตัวพิพิธภัณฑ์เองกว้างใหญ่ราวกับเมืองหนึ่งเมือง ทำให้การเดินชมแต่ละโถงเหมือนกำลังเดินผ่านประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ

Credit :: architecturaldigest
3. พระราชวังแวร์ซาย (Palace of Versailles)
พระราชวังแวร์ซาย คือสัญลักษณ์แห่งอำนาจ ความหรูหรา และความทะเยอทะยานของราชวงศ์ฝรั่งเศสในยุคที่ประเทศกำลังก้าวสู่ความรุ่งเรืองสูงสุด พระราชวังแห่งนี้เริ่มต้นจากกระท่อมล่าสัตว์เล็กๆ ของพระเจ้าหลุยส์ที่ 13 แต่ทุกอย่างเปลี่ยนไปเมื่อพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ตัดสินใจเปลี่ยนพื้นที่ชนบทเงียบสงบให้กลายเป็นศูนย์กลางอำนาจของฝรั่งเศสในศตวรรษที่ 17 การก่อสร้างเริ่มขึ้นในปี 1661 และค่อยๆขยายจนกลายเป็นพระราชวังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เมื่อเดินเข้าไปในแวร์ซาย จะสัมผัสได้ถึงความอลังการที่ตั้งใจออกแบบเพื่อสะท้อนอำนาจของกษัตริย์ ห้องโถงกระจกอันโด่งดัง (Hall of Mirrors) คือหัวใจของพระราชวัง แสงแดดที่สะท้อนจากกระจกกว่า 350 บานทำให้ทั้งห้องเปล่งประกายราวกับโลกอีกใบ นี่คือสถานที่ที่ราชสำนักจัดงานเลี้ยง การเจรจา และพิธีสำคัญมากมาย นอกเหนือจากตัวพระราชวัง สวนแวร์ซายคืออีกหนึ่งผลงานชิ้นเอกที่ทำให้ที่นี่โด่งดังไปทั่วโลก สวนถูกออกแบบอย่างพิถีพิถันด้วยรูปแบบเรขาคณิต น้ำพุ และประติมากรรมจำนวนมาก พื้นที่กว่า 800 เฮกตาร์ ถูกจัดวางอย่างสมมาตรจนกลายเป็นต้นแบบของสวนแบบฝรั่งเศสที่หลายประเทศนำไปเลียนแบบในเวลาต่อมา

Credit :: britannica
4. ดิสนีย์แลนด์ปารีส (Disneyland Paris)

Credit :: TUI
5. ประตูชัยฝรั่งเศส (Arc de Triomphe)
ประตูชัยฝรั่งเศส ตั้งอยู่ในกรุงปารีส ถูกก่อสร้างขึ้นในปี 1806 และใช้เวลายาวนานถึง 30 ปี กว่าจะเสร็จสมบูรณ์ โดยสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แด่ทหารฝรั่งเศสที่ต่อสู้เพื่อชาติ ด้วยความสูงประมาณ 50 เมตร และความกว้างกว่า 44 เมตร ตั้งอยู่บนจัตุรัส Place Charles de Gaulle ซึ่งเป็นจุดที่ถนนใหญ่ 12 สายพุ่งเข้าหากันราวกับรัศมีของดวงดาว ทำให้ที่นี่เป็นหนึ่งในจุดชมวิวที่โดดเด่นที่สุดของปารีส เมื่อยืนอยู่ใต้ซุ้มประตู เรา จะเห็นรายละเอียดประติมากรรมอันงดงามที่เล่าเรื่องราวสงครามและชัยชนะของฝรั่งเศสในยุคต่างๆ ใต้ฐานของประตูชัยคือ “หลุมศพทหารนิรนาม” ซึ่งสร้างขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 เพื่อรำลึกถึงทหารที่สละชีวิตโดยไม่ปรากฏชื่อ

Credit :: parisselectbook
6. โบสถ์แซงท์ ชาแปลล์ (Sainte Chapelle)
โบสถ์แซงท์ ชาแปลล์ คืออัญมณีแห่งสถาปัตยกรรมกอธิคยุคกลาง ที่ซ่อนตัวอยู่ในปารีส และเปล่งประกายด้วยแสงสีจากกระจกสีที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โบสถ์แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 13 เพื่อเป็นสถานที่ประดิษฐานพระบรมธาตุสำคัญของคริสต์ศาสนา โดยเฉพาะมงกุฎหนามของพระเยซูและไม้กางเขนศักดิ์สิทธิ์บางส่วน การก่อสร้างเริ่มในปี 1242 และเสร็จในเวลาเพียงไม่กี่ปี ถือเป็นผลงานชั้นสูงของสถาปัตยกรรมกอธิคแบบ Rayonnant ที่เน้นความโปร่งเบาและการใช้แสงเป็นหัวใจสำคัญ

Credit :: franceguide
7. ล่องเรือชมแม่น้ำแซน (Seine River)
การล่องเรือชมแม่น้ำแซน คือหนึ่งในประสบการณ์ที่งดงามที่สุดของปารีส แม่น้ำแซนทอดยาวคดเคี้ยวผ่านปารีส และการล่องเรือทำให้เราได้เห็นแลนด์มาร์คสำคัญของเมืองในมุมที่แตกต่างจากการเดินบนถนนทั่วไป ความพิเศษของการล่องเรือบนแม่น้ำแซนไม่ได้อยู่แค่ในวิว แต่ยังอยู่ในบรรยากาศที่เปลี่ยนไปตามช่วงเวลา กลางวันคือความสดใสของเมืองที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา ส่วนช่วงเย็นเรือจะค่อยๆ ล่องผ่านเมืองที่เริ่มเปิดไฟระยิบระยับ และเมื่อถึงค่ำปารีสก็กลายเป็น “เมืองแห่งแสง” อย่างแท้จริง โดยเฉพาะเมื่อเรือแล่นผ่านหอไอเฟลที่เริ่มส่องประกาย ที่สำคัญหลายคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า การล่องเรือเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่คุ้มค่าที่สุดของปารีส เพราะใช้เวลาไม่นาน ราคาเข้าถึงง่าย และให้มุมมองเมืองที่สวยงามแบบไม่ต้องเดินเยอะ เหมาะทั้งสำหรับคู่รัก ครอบครัว หรือแม้แต่คนเดินทางคนเดียวที่อยากสัมผัสปารีสในแบบผ่อนคลาย

Credit :: viator
8. วิหารมงแซงมิเชล (Mont Saint Michel)
วิหารมงแซงมิเชล คือหนึ่งในภาพฝันที่งดงามที่สุดของฝรั่งเศส เกาะหินกลางทะเลที่ตั้งตระหง่านด้วยอารามโบราณราวกับฉากจากตำนานยุคกลาง ตั้งอยู่ในแคว้นนอร์ม็องดี ที่มีประวัติยาวนานกว่า 1,300 ปี ตามตำนานเล่าว่าในปี 708 อัครเทวดามิคาเอลได้ปรากฏในนิมิตต่อออแบร์ บิชอปแห่งอาฟร็องช์ และสั่งให้สร้างศาลเจ้าบนยอดเขาแห่งนี้ ซึ่งต่อมากลายเป็นอารามเบเนดิกตินในปี 966 จุดเริ่มต้นเล็กๆนี้ค่อยๆเติบโตเป็นศูนย์กลางศาสนาและการแสวงบุญที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรป จุดเด่นที่ทำให้มงแซงมิเชลเป็นสถานที่ที่ผู้คนทั่วโลกอยากมาเห็นด้วยตาตนเอง คือความงดงามเหนือจริงของมัน เกาะที่ผสานศิลปะยุคกลางเข้ากับพลังของธรรมชาติอย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งยังเป็นสถานที่ที่เคยเป็นทั้งอาราม ป้อมปราการ และศูนย์กลางการแสวงบุญมาตลอดหลายร้อยปี จนกลายเป็นสัญลักษณ์ของความศรัทธาและความยิ่งใหญ่ทางประวัติศาสตร์ของฝรั่งเศส ปัจจุบันเป็นมรดกโลกของยูเนสโก้ และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของฝรั่งเศส

Credit :: commons.wikimedia
9. ทุ่งลาเวนเดอร์ ณ เมืองซอลต์ (Sault Lavender Road)
ทุ่งลาเวนเดอร์ ณ เมืองซอลต์ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ผสานเกษตรกรรมดั้งเดิมเข้ากับธรรมชาติอันบริสุทธิ์อย่างลงตัว ทุ่งลาเวนเดอร์ที่นี่มีชื่อเสียงว่าเป็นหนึ่งในเส้นทางชมดอกไม้ที่สวยที่สุดของโปรวองซ์ เพราะตั้งอยู่บนพื้นที่สูง ทำให้ดอกลาเวนเดอร์บานช้ากว่าโซนอื่น และยังคงความงดงามยาวนานไปจนถึงต้นเดือนสิงหาคม แต่ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการชมก็คือเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคม โดยจะมีเทศกาลลาเวนเดอร์ ที่จะนำลาเวนเดอร์มาแปรรูปเป็นผลิภัณฑ์ต่างๆ ให้ได้เลือกซื้อกันอีกด้วย

Credit :: The Style Lovers
10. มหาวิหารสตราสบูร์ก (Strasbourg Cathedral)
มหาวิหารสตราสบูร์ก คือความงดงามแบบกอธิคที่ทั้งทรงพลังและอบอุ่นในเวลาเดียวกัน เป็นแลนด์มาร์คที่ทำให้เมืองสตราสบูร์กมีเสน่ห์ไม่เหมือนที่ไหนในฝรั่งเศส มหาวิหารแห่งนี้เริ่มสร้างตั้งแต่ปี 1015 และใช้เวลาหลายศตวรรษกว่าจะเสร็จสมบูรณ์ในปี 1439 สิ่งที่ทำให้มหาวิหารแห่งนี้โดดเด่นที่สุดคือ ยอดหอคอยสูง 142 เมตร ซึ่งเคยเป็นสิ่งปลูกสร้างที่สูงที่สุดในโลกนานหลายร้อยปี เมื่อมองจากลานด้านหน้า เราจะเห็นรายละเอียดบนผนังหินทรายสีชมพูที่แกะสลักอย่างประณีตจนแทบไม่อยากละสายตา นักเขียนชื่อดังอย่าง Victor Hugo ยังเคยบรรยายไว้ว่าเป็น “ความงามที่เบาบางราวกับแสง”

Credit :: viatravelers
11. เมืองกอลมาร์ (Colmar)

Credit :: franceguide
12. เมืองนีซ (Nice)
เมืองนีซ เป็นเมืองใหญ่บนชายฝั่งเฟรนช์ริเวียร่า ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองตากอากาศที่สวยงาม มีชายหาดกรวดและทะเลเมดิเตอร์เรเนียนสีฟ้าใส เมืองนี้มีทั้งหาดโค้งยาวสีฟ้าใส และย่านเมืองเก่าที่เต็มไปด้วยสีสันและชีวิตชีวา เป็นอีกมุมที่น่ารักมาก เต็มไปด้วยตรอกเล็กๆ ร้านไอศกรีม คาเฟ่ และตลาดท้องถิ่นที่ทำให้เมืองดูมีชีวิตชีวาแบบอบอุ่น เมืองนี้เป็นเมืองใหญ่เป็นอันดับ 5 ของฝรั่งเศส ผสมผสานสถาปัตยกรรมฝรั่งเศสและอิตาลี

Credit :: TUI
13. เมืองลียง (Lyon)
เมืองลียง เป็นเมืองใหญ่อันดับสามของฝรั่งเศส ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ มีชื่อเสียงด้านสถาปัตยกรรม อาหาร และวัฒนธรรม โดยมีเขตเมืองเก่าที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโก้ เป็นที่รู้จักจากการเป็นศูนย์กลางการทอผ้าไหมในอดีต มีประวัติศาสตร์ภาพยนตร์จากการเป็นบ้านเกิดของพี่น้องลูมิแยร์ และมีเทศกาลแสงสว่าง (Fête des Lumières) ในช่วงต้นเดือนธันวาคม นอกจากนี้ยังเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจที่สำคัญอีกด้วย

Credit :: travelweekly
เมื่อเราเดินทางผ่าน 13 ที่เที่ยวสุดโรแมนติกในฝรั่งเศสแล้ว จะเห็นได้ว่าเสน่ห์ของประเทศนี้ไม่ได้อยู่แค่ในภาพสวยๆ หรือแลนด์มาร์คอันโด่งดัง แต่อยู่ในความรู้สึกเล็กๆที่เกิดขึ้นระหว่างทาง และถ้าใครเริ่มรู้สึกว่า “ครั้งหนึ่งในชีวิต…ฉันอยากไปสัมผัสด้วยตัวเอง” ก็เป็นสัญญาณที่ดีว่าฝรั่งเศสได้เรียกคุณแล้ว! Epic Trip พร้อมพาทุกคนไปสัมผัสทุกโมเมนต์เหล่านั้นอย่างใกล้ชิด ทั้งล่องเรือ จิบไวน์ ชมวิวสวย และเก็บโมเมนต์พิเศษแบบที่รูปถ่ายก็ยังถ่ายทอดไม่หมด✨ พร้อมออกเดินทางไหม? คลิกชมโปรแกรมได้เลย >>> ทัวร์ฝรั่งเศส
