
03
Dec
เกาหลี
มัดรวม 7 ที่เที่ยวตามรอยฮันอกในเมืองจอนจู
เมืองจอนจู คือหนึ่งในจุดหมายที่ทำให้นักเดินทางตกหลุมรักตั้งแต่ก้าวแรก โดยเฉพาะย่านฮันอกอันโด่งดังที่ยังคงกลิ่นอายวัฒนธรรมเกาหลีดั้งเดิมไว้ครบถ้วน วันนี้ Epic Trips จะพาทุกคนออกเดินทางไปตะลุยกับ "7 ที่เที่ยวตามรอยฮันอกในจอนจู" แบบจัดเต็ม ทั้งจุดเช็คอินสุดคลาสสิก มุมถ่ายรูปสวยๆ ไปจนถึงประสบการณ์ท้องถิ่นที่ไม่ควรพลาด เตรียมกล้องให้พร้อม แล้วไปหลงเสน่ห์จอนจูด้วยกัน!✨
1. Jeonju Hanok Village
Jeonju Hanok Village ถือเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่สุดของประเทศ เพราะที่นี่รวบรวมทั้งประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม และวิถีชีวิตดั้งเดิมไว้ในพื้นที่เดียวกัน บ้านฮันอกที่เรียงรายอยู่ตามตรอกซอกซอยถูกสร้างขึ้นตามแบบเกาหลีโบราณ ในปี 2010 หมู่บ้านจอนจูฮันอกได้รับการประกาศให้เป็น “Slow City” ตามแนวคิดเมืองวิถีชีวิตช้า เพื่อชะลอความเร่งรีบและการแข่งขันในสังคมสมัยใหม่ ให้ผู้คนได้สัมผัสความสุขจากการใช้ชีวิตเรียบง่ายและใกล้ชิดกับวัฒนธรรม นักท่องเที่ยวที่มาเยือนสามารถเช่าชุดฮันบกเดินเล่นไปตามตรอกเล็กๆ ชมพิพิธภัณฑ์ ร้านชาโบราณ และร้านอาหารที่เสิร์ฟเมนูขึ้นชื่ออย่าง บิบิมบับจอนจู ซึ่งถือเป็นอาหารประจำเมือง นอกจากนี้ยังมีเวิร์กช็อปงานฝีมือ เช่น การทำกระดาษฮันจี หรือการทำขนมพื้นบ้าน ที่เปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสประสบการณ์จริง

Credit :: Visit Korea
2. Masirange Cafe
Masirange Cafe คาเฟ่ยอดนิยมใจกลางหมู่บ้านฮันอกเมืองจอนจู ที่ขึ้นชื่อเรื่องบรรยากาศถ่ายรูปสวยและเมนูของหวานที่หลากหลาย ภายในร้านถูกออกแบบอย่างตั้งใจเพื่อรองรับการถ่ายภาพลงโซเชียล ไม่ว่าจะเป็นมุมแนวตั้ง แนวนอน หรือภาพสี่เหลี่ยมจัตุรัส ทุกมุมมีการจัดไฟและตกแต่งอย่างสวยงาม จนกลายเป็นหนึ่งในคาเฟ่ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในปี 2023–2025 สิ่งที่ทำให้ Masirange Cafe แตกต่างคือ โซนถ่ายรูปบนชั้น 3 ที่สามารถมองเห็นวิวของศาลเจ้า Gyeonggijeon และบรรยากาศหมู่บ้านฮันอกโดยรอบ ทำให้ที่นี่ไม่เพียงเป็นคาเฟ่ แต่ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่นักเดินทางต้องการมาเช็คอินเพื่อเก็บภาพความทรงจำ

Credit :: jeollailbo
3. Omokdae
Omokdae จุดชมวิวสำคัญของเมืองจอนจู ตั้งอยู่บนเชิงเขาซึงอัมซาน ที่นี่เป็นศาลาไม้โบราณ ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงชัยชนะของขุนพลอีซองกเย ผู้ซึ่งต่อมาได้สถาปนาตนเองเป็นพระเจ้าแทโจ ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์โชซอน ขุนพลอีซองกเยได้ทำศึกกับโจรสลัดญี่ปุ่นที่ภูเขาฮวังซาน และเมื่อกลับมาที่จอนจู เขาได้จัดงานเฉลิมฉลองชัยชนะที่นี่ ทำให้สถานที่แห่งนี้กลายเป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มต้นยุคใหม่ในประวัติศาสตร์เกาหลี นอกจากความสำคัญทางประวัติศาสตร์แล้ว ที่นี่ยังเป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นหมู่บ้านฮันอกจอนจูจากมุมสูงได้อย่างสวยงาม โดยเฉพาะในช่วงพระอาทิตย์ตกที่แสงสีทองสะท้อนกับหลังคากระเบื้องของบ้านฮันอก ทำให้ภาพที่เห็นเต็มไปด้วยความโรแมนติกและบรรยากาศย้อนยุค

Credit :: tour.jeonju
4. Deokjin Park
Deokjin Park สวนสาธารณะที่มีชื่อเสียงจากสระบัวขนาดใหญ่และบรรยากาศโรแมนติก นอกจากนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของมรดกทางวัฒนธรรมของเมืองอีกด้วย จุดเด่นที่สุดคือ สระบัวที่กว้างใหญ่และเต็มไปด้วยดอกบัวซึ่งจะบานสะพรั่งในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคม ภาพของดอกบัวที่ปกคลุมผืนน้ำกลายเป็นสัญลักษณ์ของสวนและได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งใน “8 วิวสวยของเมืองจอนจู” อีกด้วย นอกจากความงามตามธรรมชาติแล้ว สวนยังมี น้ำพุดนตรีกลางสระ ที่จะเปิดการแสดงในช่วงเย็น สร้างบรรยากาศโรแมนติกและเป็นที่นิยมสำหรับคู่รักและครอบครัวที่มาเดินเล่นพักผ่อน

Credit :: tour.jeonju
5. Wansan Chilbong Flower Hill
Wansan Chilbong Flower Hill หนึ่งในจุดชมดอกไม้ที่งดงามที่สุดของเมืองจอนจู โดยเฉพาะในฤดูใบไม้ผลิที่ดอกซากุระพันกลีบบานสะพรั่งจนกลายเป็นภาพที่ตราตรึงใจนักท่องเที่ยวมากมาย นักท่องเที่ยวที่มาเยือนในช่วงเดือนเมษายนถึงต้นพฤษภาคมจะได้สัมผัสบรรยากาศโรแมนติกและถ่ายภาพใต้ร่มเงาของดอกไม้ที่ฟูฟ่องราวกับเมฆ นอกจากซากุระพันกลีบแล้ว ยังมีดอกไม้อื่นๆที่เบ่งบานในช่วงเดียวกัน เช่น ดอกกุหลาบพันปี (Royal Azalea), ดอกแอปเปิ้ล และดอกยองซันฮง ซึ่งช่วยเติมสีสันให้กับภูมิทัศน์ของเนินเขา ทำให้ที่นี่ไม่ใช่เพียงสถานที่ชมซากุระ แต่เป็นสวนดอกไม้ที่มีความหลากหลายและเปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาล เส้นทางเดินชมดอกไม้ถูกจัดไว้อย่างเป็นระเบียบ มีทางเดินที่เชื่อมต่อกับห้องสมุดวันซานและพื้นที่โดยรอบ ทำให้การมาเยือนเต็มไปด้วยความสะดวกและความเพลิดเพลิน

Credit :: tour.jeonju
6. Hanbyeok Tunnel
Hanbyeok Tunnel คืออุโมงค์ที่ถูกปกคลุมด้วยเถาไม้เลื้อยสีเขียว ทำให้บรรยากาศดูร่มรื่นและโรแมนติกตลอดทั้งปี เสน่ห์ของที่นี่ถูกเผยแพร่ไปทั่วโลก เมื่อถูกใช้เป็นฉากถ่ายทำในซีรี่ส์ยอดนิยมอย่าง Twenty Five Twenty One ซึ่งมีหลายฉากสำคัญที่ตัวละครหลักมาพูดคุย ปลอบโยนกัน และแม้กระทั่งฉากเลิกรา ทำให้สถานที่แห่งนี้กลายเป็นจุดเช็คอินที่แฟนซีรี่ส์ต้องมาเยือน

Credit :: telltrip
7. Jeondong Cathedral
Jeondong Cathedral โบสถ์คาทอลิกที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งในเมืองจอนจู และเป็นสัญลักษณ์ทางศาสนาและประวัติศาสตร์ที่สำคัญของเกาหลีใต้ โดยสถาปนิกชาวฝรั่งเศสชื่อ Victor Louis Poisnel ผู้ซึ่งออกแบบโบสถ์มยองดงในกรุงโซลด้วย ตัวอาคารมีความสง่างามด้วยหอคอยสูงและโดมที่ผสมผสานความงามของสถาปัตยกรรมตะวันตกเข้ากับบรรยากาศเมืองเกาหลี ความสำคัญของที่นี่ไม่ได้อยู่แค่ความงามทางสถาปัตยกรรม แต่ยังเป็นสถานที่ที่สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงคริสตชนที่ถูกปราบปรามและเสียชีวิตในสมัยราชวงศ์โชซอน โดยเฉพาะในพื้นที่จอนจูซึ่งเคยเป็นศูนย์กลางการเผยแผ่ศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกในเกาหลี การก่อสร้างโบสถ์จึงมีความหมายเชิงสัญลักษณ์อย่างลึกซึ้งต่อชุมชนคริสต์และประวัติศาสตร์ของประเทศ

Credit :: tour.jeonju
หลังจากตะลุยครบทั้ง 7 ที่เที่ยวในเมืองจอนจู ก็ได้เห็นเลยว่าความคลาสสิกของเมืองนี้มันน่ารักกว่าที่คิดไว้เยอะมาก หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ทุกคนมีลิสต์ที่พร้อมใช้ในทริปจอนจูครั้งต่อไป ไม่ต้องเสียเวลาหาเองให้เหนื่อย และถ้าเพื่อนๆพร้อมออกเดินทางอีกครั้ง Epic Trips ก็พร้อมพาไปค้นหาที่ใหม่ๆ ให้ปักหมุดต่อแบบไม่ให้โมเมนต์เที่ยวสะดุดเลย!
