Black Ribbon Top Right

เวลาทำการ

จันทร์-เสาร์ :

09.00 - 22.00 น.

Hotline

083-885-3011

เราช่วยคุณได้

@epictripsthailand

Travel License : 11/12758

หน้าแรก

/

บทความท่องเที่ยว

/

ตะลุย 12 ที่เที่ยวหนาวนี้ที่...ฮอกไกโด

ตะลุย 12 ที่เที่ยวหนาวนี้ที่...ฮอกไกโด

01

Dec

ญี่ปุ่น

ตะลุย 12 ที่เที่ยวหนาวนี้ที่...ฮอกไกโด

  ถ้าใจมันเรียกร้องอยากเที่ยวหิมะแบบจัดเต็ม ฮอกไกโดคือจุดหมายที่เพื่อนๆต้องไปสัมผัสสักครั้งในชีวิต เพราะคือดินแดนที่ฤดูหนาวงดงามจนทำให้ทุกก้าวเหมือนเดินอยู่ในหนังสือนิทานหิมะเล่มใหญ่เลยทีเดียว! วันนี้ Epic Trips ขอพาทุกคนออกเดินทางท่ามกลางอากาศหนาวสดชื่น ลัดเลาะผ่านเมืองน้อยใหญ่ และชมทิวทัศน์ฤดูหนาวที่งดงามเกินจะบรรยาย พร้อมคัดสรร 12 จุดหมายสุดพีค ที่จะทำให้ฤดูหนาวนี้ของเพื่อนๆกลายเป็นทริปในฝันที่อยากจะลืมเลือน พร้อมแล้วหรือยัง? หยิบเสื้อหนาว ผูกผ้าพันคอ แล้วตามเราไปตะลุยฮอกไกโดกันเลย!

1. หุบเขานรกจิโกกุดานิ (Jigokudani) – โนโบริเบทสึ

หุบเขานรกจิโกกุดานิ คือหนึ่งในสถานที่ที่สะท้อนพลังของธรรมชาติได้อย่างน่าทึ่งและงดงามที่สุดในฮอกไกโด ได้รับฉายาว่า Hell Valley เพราะภูมิทัศน์เต็มไปด้วยไอน้ำร้อนที่พวยพุ่งขึ้นจากพื้นดินและกลิ่นกำมะถันที่ลอยคลุ้งไปทั่ว บรรยากาศเหมือนโลกอีกมิติที่ทั้งดิบและทรงพลัง หุบเขานี้เป็นแหล่งน้ำสำคัญของบ่อน้ำพุร้อนโนโบริเบทสึ ทำให้พื้นที่รอบ ๆ เต็มไปด้วยบ่อร้อนธรรมชาติที่เกิดจากพลังงานใต้พิภพ เส้นทางเดินไม้ที่ทอดยาวกว่า 450 เมตรพานักท่องเที่ยวไต่ไปตามหุบเขา ใช้เวลาเดินชมประมาณ 20–30 นาที ระหว่างทางจะได้เห็นบ่อน้ำร้อนกำมะถันหลากหลาย ทั้งบ่อเล็กบ่อใหญ่ เช่นบ่อโอยุนุมะที่มีอุณหภูมิสูงถึงราว 50 องศาเซลเซียส

2. อุโมงค์เรืองแสง (Lake Toya Onsen Illumination) - โทยะ

อุโมงค์เรืองแสง คือการแสดงไฟที่เปลี่ยนริมทะเลสาบโทยะให้กลายเป็นโลกแฟนตาซีในฤดูหนาว บรรยากาศที่นี่เต็มไปด้วยความโรแมนติกและความอบอุ่นท่ามกลางอากาศหนาวเย็น ริมถนนที่ทอดจากย่านออนเซ็นไปจนถึงทะเลสาบถูกประดับด้วยแสงไฟกว่า 12,000 ดวง ส่องประกายระยิบระยับตลอดทั้งคืน ไฮไลท์สำคัญคือ อุโมงค์ไฟยาวประมาณ 70 เมตร ที่ปรากฏขึ้นในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเมษายน ซึ่งกลายเป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยมของคู่รักและครอบครัวที่มาเยือน

3. ป้อมโกเรียวคาคุ (Goryokaku Fort) - ฮาโกดาเตะ

ป้อมโกเรียวคาคุ คือแลนด์มาร์คสำคัญของเมืองฮาโกดาเตะ ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นด้วยรูปทรงดาวห้าแฉก ป้อมแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในช่วงกลางศตวรรษที่ 19 เพื่อใช้เป็นฐานป้องกันการรุกรานจากมหาอำนาจตะวันตก และถือเป็นป้อมรูปดาวแห่งแรกของญี่ปุ่นที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมตะวันตก ความโดดเด่นของมันอยู่ที่การออกแบบให้มีมุมห้าแฉกซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการวางปืนใหญ่และการป้องกันเมือง เมื่อเวลาผ่านไปป้อมแห่งนี้ได้ถูกปรับเปลี่ยนให้กลายเป็นสวนสาธารณะและพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจที่งดงาม โดยเฉพาะในฤดูใบไม้ผลิที่ดอกซากุระกว่า 1,600 ต้นบานสะพรั่งรอบกำแพงหินและคูน้ำ ทำให้ที่นี่กลายเป็นหนึ่งในจุดชมซากุระที่สวยที่สุดของฮอกไกโด พร้อมทิวทัศน์เมืองฮาโกดาเตะและภูเขาโดยรอบแบบ 360 องศา ทำให้ที่นี่เป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยมและเป็นสัญลักษณ์ของเมืองที่ไม่ควรพลาด

4. ภูเขาฮาโกดาเตะ (Mt. Hakodate) - ฮาโกดาเตะ

ภูเขาฮาโกดาเตะ มีชื่อเสียงในฐานะหนึ่งในจุดชมวิวกลางคืนที่สวยที่สุดของญี่ปุ่น และเป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมืองฮาโกดาเตะในฮอกไกโด ภูเขาสูงประมาณ 334 เมตร แม้จะไม่สูงมาก แต่กลับมอบทิวทัศน์ที่น่าทึ่งอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อมองลงมาจากยอดเขาจะเห็นเมืองฮาโกดาเตะที่ทอดตัวออกไปสองฝั่งทะเล ทำให้เกิดภาพเมืองรูปพัดที่งดงามและเป็นเอกลักษณ์ จุดเด่นที่สุดคือ วิวกลางคืนที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในสามวิวกลางคืนที่สวยที่สุดของญี่ปุ่นเคียงคู่กับเมืองโกเบและนางาซากิ แสงไฟจากบ้านเรือนและท่าเรือสะท้อนกับผืนน้ำทะเล สร้างบรรยากาศโรแมนติกที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก อีกทั้งยังมีกระเช้าลอยฟ้า (Hakodate Ropeway)ที่พานักท่องเที่ยวขึ้นไปยังยอดเขาได้อย่างสะดวกสบาย ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที และเป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นเมื่อได้เห็นวิวเมืองค่อยๆเปิดออกตรงหน้า

5. คลองโอตารุ (Otaru Canal) - โอตารุ

คลองโอตารุ สัญลักษณ์แห่งความโรแมนติกของเมืองท่าเล็กๆที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ทางประวัติศาสตร์และบรรยากาศอบอุ่นในฮอกไกโด คลองแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ.1869 เพื่อใช้เป็นเส้นทางขนถ่ายสินค้าจากเรือไปยังโกดังริมคลอง และเคยเป็นศูนย์กลางการค้าทางทะเลที่สำคัญของฮอกไกโดในอดีต ปัจจุบันแม้บทบาททางเศรษฐกิจจะเปลี่ยนไป แต่คลองโอตารุกลับกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สะท้อนภาพวิถีชีวิตในอดีตได้อย่างงดงาม สองฝั่งคลองยังคงมีโกดังหินเก่าแก่จากศตวรรษที่ 20 ที่ได้รับการบูรณะใหม่ให้เป็นร้านอาหาร ร้านกาแฟ และพิพิธภัณฑ์ ทำให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสทั้งกลิ่นอายประวัติศาสตร์และความทันสมัยในเวลาเดียวกัน เสน่ห์ที่โดดเด่นที่สุดของคลองโอตารุคือบรรยากาศในยามค่ำคืน เมื่อแสงไฟจากโคมสไตล์โบราณส่องสะท้อนกับผืนน้ำและอาคารหินริมคลอง เกิดเป็นภาพที่โรแมนติกและอบอุ่นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในฤดูหนาวที่หิมะโปรยปรายลงมาปกคลุมทั่วบริเวณ ทำให้ที่นี่กลายเป็นฉากในฝันที่นักท่องเที่ยวและคู่รักนิยมมาถ่ายภาพ อีกทั้งยังมีการจัดงานเทศกาลหิมะและกิจกรรมต่างๆที่เพิ่มชีวิตชีวาให้กับเมืองเล็กแห่งนี้

6. น้ำตกชิราฮิเกะ (Shirahige Waterfall) - บิเอะ

น้ำตกชิราฮิเกะ หรือมีอีกชื่อเรียกว่า "น้ำตกหนวดขาว" เพราะสายน้ำที่ไหลลงมาจากหน้าผาหลายสายดูคล้ายหนวดสีขาวยาวพริ้วไหว จุดเด่นที่ทำให้ที่นี่ไม่เหมือนน้ำตกอื่นก็คือ น้ำที่มีสีฟ้าอมเขียว ซึ่งเกิดจากแร่โคบอลต์ที่ละลายอยู่ในน้ำ ทำให้แม่น้ำบิเอะที่รองรับน้ำตกถูกขนานนามว่า “แม่น้ำสีน้ำเงิน” ภาพของสายน้ำสีขาวที่ไหลลงสู่แม่น้ำสีฟ้าเข้มจึงเป็นทิวทัศน์ที่น่าทึ่งและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว

7. บ่อน้ำสีฟ้า (Blue Pond) - บิเอะ

บ่อน้ำสีฟ้า ในฤดูหนาวคือภาพความมหัศจรรย์ที่ธรรมชาติและฤดูกาลร่วมกันสร้างขึ้นอย่างน่าทึ่ง บ่อน้ำแห่งนี้มีชื่อเสียงจากสีฟ้าโคบอลต์ที่เกิดจากแร่อลูมิเนียมไหลมาจากภูเขาโทคาจิ ทำให้ผืนน้ำสะท้อนออกมาเป็นสีฟ้าเข้มราวกับภาพวาด แต่เมื่อฤดูหนาวมาถึง บ่อน้ำถูกปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลนและบางส่วนกลายเป็นน้ำแข็ง สีน้ำเงินที่เคยสดใสจึงเปลี่ยนเป็นโทนฟ้าอ่อนที่แฝงความนิ่งสงบและโรแมนติก บรรยากาศรอบๆเต็มไปด้วยต้นไม้ที่ยืนต้นเปลือยกิ่งท่ามกลางหิมะ สร้างภาพที่ทั้งเงียบสงัดและงดงามราวกับโลกเหนือจริง ในช่วงกลางคืนบ่อน้ำแห่งนี้ยังถูกประดับด้วยแสงไฟไลท์อัพที่สะท้อนกับผืนน้ำแข็งและหิมะ ทำให้บรรยากาศยิ่งดูแฟนตาซีและโรแมนติกมากขึ้น

8. ต้นคริสต์มาส (Christmas Tree) - บิเอะ

ต้นคริสต์มาสแห่งบิเอะ คือหนึ่งในสัญลักษณ์ที่สะท้อนความโรแมนติกของชนบทฮอกไกโดได้อย่างงดงามที่สุด ต้นไม้นี้เป็นต้นเคนโมกุเซอิที่ยืนเดี่ยวอยู่กลางทุ่งกว้างของเมืองบิเอะ รูปทรงที่สมบูรณ์และโดดเด่นทำให้ชาวบ้านเรียกกันว่า “ต้นคริสต์มาส” เพราะเมื่อฤดูหนาวมาถึง หิมะขาวโพลนจะปกคลุมทั่วทั้งทุ่งและต้นไม้ต้นนี้ก็ยืนตระหง่านราวกับต้นคริสต์มาสที่ถูกจัดวางไว้กลางฉากธรรมชาติ ความเรียบง่ายของทิวทัศน์กลับสร้างความรู้สึกอบอุ่นและโรแมนติกอย่างลึกซึ้ง เสน่ห์ของต้นคริสต์มาสบิเอะอยู่ที่ความโดดเดี่ยวที่ไม่เหงา แต่กลับเต็มไปด้วยความหมายและความงามที่เปลี่ยนไปตามแสงและเงาในแต่ละช่วงเวลา ยามเช้าแสงแดดอ่อน ๆ ส่องผ่านหิมะทำให้ต้นไม้ดูสดใส ยามบ่ายทุ่งหิมะสะท้อนประกายระยิบระยับ และยามเย็นต้นไม้ถูกโอบล้อมด้วยท้องฟ้าสีส้มชมพูที่โรแมนติกอย่างยิ่ง นักท่องเที่ยวจำนวนมากนิยมมาถ่ายภาพที่นี่ เพราะภาพของต้นไม้เดี่ยวกลางทุ่งหิมะนั้นสื่อถึงความสงบ ความหวัง และความงดงามที่เรียบง่าย

9. สวนสัตว์อาซาฮิยามะ (Asahiyama Zoo) - อาซาฮิกาวะ

สวนสัตว์อาซาฮิยามะ สถานที่ที่ทำให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสความมหัศจรรย์ของสัตว์เมืองหนาวอย่างใกล้ชิด จุดเด่นที่สุดคือขบวนพาเหรดเพนกวินที่เดินเรียงแถวอย่างน่ารักไปตามทางท่ามกลางหิมะ นักท่องเที่ยวสามารถยืนชมได้ใกล้ๆจนรู้สึกเหมือนกำลังเดินเคียงข้างพวกมัน ไฮไลท์อีกอย่างคืออุโมงค์แก้วชมเพนกวิน ที่ทำให้เห็นเพนกวินว่ายน้ำเหนือศีรษะอย่างเป็นธรรมชาติ ราวกับกำลังอยู่ใต้ท้องทะเลน้ำแข็ง นอกจากเพนกวินแล้ว ยังมีสัตว์เมืองหนาวที่หาดูได้ยาก เช่น หมีขาวขั้วโลก แมวน้ำ และหมาป่า ซึ่งถูกจัดแสดงในสภาพแวดล้อมที่ใกล้เคียงกับธรรมชาติ ทำให้ผู้ชมได้เห็นพฤติกรรมจริงของสัตว์เหล่านี้ ไม่ใช่เพียงการจัดแสดงแบบทั่วไป ความพิเศษของที่นี่คือแนวคิดการจัดแสดงที่เน้นให้สัตว์ได้แสดงพฤติกรรมตามธรรมชาติ และให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสมุมมองที่แตกต่าง เช่น การชมแมวน้ำว่ายน้ำผ่านท่อแก้วใส หรือการเห็นหมีขาวเล่นหิมะอย่างเป็นธรรมชาติ

10. นิงเกิ้ลเทอเรส (Ningle Terrace) – ฟุราโนะ

นิงเกิ้ลเทอเรส หมู่บ้านเล็กๆกลางป่าที่ถูกแต่งแต้มด้วยหิมะและแสงไฟ จนกลายเป็นโลกแฟนตาซีที่อบอุ่นและโรแมนติกที่สุดแห่งหนึ่งในฮอกไกโด ที่นี่รายล้อมด้วยต้นไม้สูงใหญ่และอากาศหนาวเย็นของฤดูหิมะ บ้านไม้เล็กๆรูปทรงกระท่อมที่สร้างจากไม้สนถูกจัดเรียงเป็นหมู่บ้านกลางป่า แต่ละหลังเป็นร้านขายงานฝีมือและของที่ระลึกที่ทำด้วยมือ เช่น เครื่องประดับ แก้วเซรามิก หรือเทียนหอม ทุกอย่างสะท้อนความละเอียดอ่อนและความอบอุ่นของชาวท้องถิ่น เมื่อหิมะโปรยปรายลงมาปกคลุมหลังคาและพื้นทางเดิน หมู่บ้านเล็กๆแห่งนี้จึงดูเหมือนฉากในนิทานที่มีชีวิต เสน่ห์ที่โดดเด่นที่สุดในหน้าหนาวคือบรรยากาศยามค่ำคืน เมื่อแสงไฟสีส้มอบอุ่นจากกระท่อมแต่ละหลังส่องประกายตัดกับหิมะสีขาวโพลน เกิดเป็นภาพที่โรแมนติกและชวนฝัน นักท่องเที่ยวสามารถเดินเล่นไปตามทางไม้เล็กๆที่เชื่อมกระท่อมแต่ละหลัง ฟังเสียงหิมะกรอบแกรบใต้ฝ่าเท้า และสัมผัสความเงียบสงบที่รายล้อมด้วยธรรมชาติ ความรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในโลกเหนือจริงที่ทั้งอบอุ่นและมหัศจรรย์

11. อาคารที่ทำการรัฐบาลเก่า (Former Hokkaido Government Office) - ซัปโปโร

อาคารที่ทำการรัฐบาลเก่า คือสัญลักษณ์ทางประวัติศาสตร์ของซัปโปโรที่งดงามเป็นพิเศษในฤดูหนาว อาคารนี้ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ.1888 ด้วยสถาปัตยกรรมแบบนีโอ-บาร็อคที่ได้รับอิทธิพลจากตะวันตก โดดเด่นด้วยกำแพงอิฐสีแดงและหลังคาทรงโดมที่สง่างาม เมื่อฤดูหนาวมาถึง หิมะขาวโพลนจะปกคลุมทั่วทั้งสวนและหลังคาอาคาร ทำให้สีแดงของอิฐตัดกับสีขาวของหิมะอย่างชัดเจน เกิดเป็นภาพที่โรแมนติกและทรงพลังราวกับฉากในภาพวาด บรรยากาศรอบๆอาคารเต็มไปด้วยสวนที่เงียบสงบ ต้นไม้สูงใหญ่ถูกห่มด้วยหิมะ และทางเดินที่ทอดยาวสู่ตัวอาคารกลายเป็นเส้นทางที่นักท่องเที่ยวชื่นชอบในการถ่ายภาพ ไฮไลท์ในหน้าหนาวคือการได้เห็น “อาคารอิฐแดง” ส่องประกายท่ามกลางหิมะและแสงไฟยามค่ำคืน ซึ่งทำให้บรรยากาศอบอุ่นและโรแมนติกยิ่งขึ้น

12. เนินพระพุทธเจ้า (Hill of the buddha) - ซัปโปโร

เนินพระพุทธเจ้า คือผลงานชิ้นเอกที่ตั้งอยู่ในบริเวณ Makomanai Takino Cemetery เมืองซัปโปโร ออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดังทาดาโอะ อันโดะ รูปปั้นพระพุทธรูปขนาดใหญ่สูงกว่า 13.5 เมตรถูกโอบล้อมด้วยเนินเขาที่ปลูกต้นลาเวนเดอร์นับแสนต้น ซึ่งในฤดูร้อนจะบานสะพรั่งเป็นสีม่วง แต่เมื่อฤดูหนาวมาถึงเนินเขาทั้งหมดจะถูกปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลน ทำให้พระพุทธรูปดูสงบและยิ่งใหญ่ท่ามกลางความเงียบงันของฤดูกาล ผู้มาเยือนจะต้องเดินผ่านอุโมงค์คอนกรีตเพื่อเข้าถึงองค์พระ ทำให้ได้บรรยากาศที่สงบและลึกลับ และสามารถเข้าชมได้ตลอดทั้งปีซึ่งมีความสวยงามแตกต่างกันไปในแต่ละฤดู

เมื่อได้ตะลุยครบทั้ง 12 จุดหมาย ก็ไม่แปลกที่ฮอกไกโดจะกลายเป็นดินแดนในใจของใครหลายคน ทั้งหิมะขาวโพลน อาหารอร่อยลืมไม่ลง และเสน่ห์เมืองเล็กเมืองใหญ่ที่น่ารักเกินห้ามใจ หากฤดูหนาวนี้เพื่อนๆกำลังมองหาทริปที่จะพาไปสัมผัสมนต์เสน่ห์ของฮอกไกโดแบบสบายๆ ไม่ต้องวางแผนให้ยุ่งยาก Epic Trips พร้อมดูแลทุกก้าวของการเดินทาง แพ็คกระเป๋าให้พร้อม แล้วให้เราเป็นเพื่อนร่วมทริปพาทุกคนไปสัมผัสฮอกไกโดแบบฟินครบทุกมุม... "เพราะความทรงจำดีๆ เริ่มต้นได้ง่ายๆ กับ Epic Trips" >>> ทัวร์ฮอกไกโด

จำนวนผู้เข้าชม 177 ครั้ง