
19
Nov
ญี่ปุ่น
มัดรวม 10 ที่เที่ยวในซากะ สัมผัสมนต์เสน่ห์แบบญี่ปุ่นแท้ๆ
1. สวนมิฟุเนะยามะ ราคุเอ็น (Mifuneyama Rakuen)
หากพูดถึงจังหวัดซากะ หลายคนอาจยังไม่คุ้นชื่อ แต่ที่นี่คือบ้านของหนึ่งในสวนญี่ปุ่นที่งดงามและทรงคุณค่าที่สุด สวนมิฟุเนะยามะ ราคุเอ็น สวนขนาดใหญ่กว่า 500,000 ตารางเมตรที่ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1842 โดยตระกูลนาเบะชิมะ เพื่อเป็นสถานที่พักผ่อนและแสดงความงดงามของธรรมชาติควบคู่กับศิลปะและวัฒนธรรม ในฤดูใบไม้ผลิ ซากุระกว่า 2,000 ต้นจะเบ่งบานพร้อมดอกอาซาเลียและบ๊วย สวนทั้งสวนจะกลายเป็นทะเลแห่งสีชมพูและขาว ในฤดูใบไม้ร่วง ความเขียวชอุ่มของต้นไม้และบรรยากาศร่มรื่น เหมาะแก่การเดินเล่นและพักผ่อน ส่วนในฤดูใบไม้ร่วง ใบไมเปิ้ลจะเปลี่ยนเป็นสีแดง ส้ม เหลือง สร้างทิวทัศน์โรแมนติกตระการตา และฤดูหนาว ความสงบเงียบและวิวภูเขามิฟุเนะที่เป็นฉากหลัง ทำให้สวนดูสง่างามราวภาพวาด เรียกได้ว่าสามารถมาเที่ยวได้ทุกฤดูกาลเลย

Credit :: gltjp.com
2. จุดชมวิวยอดเขาคางามิ (Kagamiyama Observation
หากใครกำลังมองหาสถานที่ที่จะพาไปสัมผัสความงดงามของทะเล ภูเขา และป่าสนในมุมเดียวกัน จุดชมวิวยอดเขาคางามิ คือคำตอบที่ใช่ ที่นี่ตั้งอยู่บนยอดเขาสูงราว 284 เมตรในเมืองคารัตสึ จังหวัดซากะ และเป็นหนึ่งในจุดชมวิวที่ได้รับการยกย่องว่างดงามที่สุดแห่งหนึ่งของภูมิภาคคิวชู จากจุดชมวิวจะสามารถมองเห็นอ่าวคารัตสึที่ทอดยาวออกไปสุดสายตา ด้านล่างคือแนวป่าสนนิจิโนะมะสึบาระ (Nijinomatsubara) ที่ยาวกว่า 5 กิโลเมตร และในวันที่ท้องฟ้าเปิดยังสามารถมองเห็นเกาะเล็กๆ และเส้นขอบฟ้าที่ตัดกับทะเลสีครามได้อย่างชัดเจน น่าประทับใจเป็นอย่างยิ่ง

Credit :: gltjp.com
3. ศาลเจ้ายูโทคุอินาริ (Yutoku Inari Shrine)
ศาลเจ้ายูโทคุอินาริ ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1687 โดยภรรยาของเจ้าเมืองตระกูลนาเบะชิมะ เพื่อบูชาเทพอินาริ ซึ่งเป็นเทพแห่งการเก็บเกี่ยว ความอุดมสมบูรณ์ ความสำเร็จทางธุรกิจ และโชคลาภ ศาลเจ้าแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นบนเนินเขาสูง โดยมีวิหารหลักตั้งอยู่บนเสาไม้สูงกว่า 18 เมตร คล้ายกับวัดคิโยมิสึในเกียวโต ด้วยสถาปัตยกรรมสีแดงสดและฉากหลังภูเขา ทำให้ศาลเจ้าแห่งนี้ถูกขนานนามว่า "นิกโก้แห่งตะวันตก" และมีระเบียงที่มองเห็นทิวทัศน์อันงดงามของเมืองคาชิมะและทะเลอะริอาเกะได้ นอกจากนี้ศาลเจ้ายังมีประตูโทริอิสีแดงจำนวนมากที่เรียงรายตามทางเดินขึ้นเขาอีกด้วย

Credit :: kyushu.japan-tour
4. แหลมฮาโดะ (Hado Cape)
แหลมฮาโดะ ตั้งอยู่ที่จังหวัดซากะ ทางตอนเหนือสุดของเกาะคิวชู เป็นจุดชมวิวทะเลที่สวยงาม และมีจุดเด่นคือรูปปั้นรูปหัวใจสีขาวซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความรัก เป็นจุดยอดนิยมสำหรับคู่รักที่มาถ่ายภาพหรือขอแต่งงาน ที่นี่ไม่เพียงเป็นจุดชมวิวที่ได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน “100 ชายฝั่งที่สวยที่สุดของญี่ปุ่น” แต่ยังเป็นพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติเก็นไค (Genkai Quasi-National Park) ที่มีระบบนิเวศทางทะเลอุดมสมบูรณ์อีกด้วย โลกที่เงียบงันแต่เต็มไปด้วยชีวิต ที่นี่ไม่ใช่แค่จุดชมวิว แต่คือพื้นที่ของความทรงจำ ความรัก และความสงบที่ธรรมชาติมอบให้

Credit :: karatsu-kankou
5. หมู่บ้านโอคาวาจิยามะ (Okawachiyama Village)
หมู่บ้านโอคาวาจิยามะ ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขาเงียบสงบทางตะวันตกของเมืองอิมาริ ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดเครื่องปั้นดินเผาอาริตะอันเลื่องชื่อ หมู่บ้านเล็กๆที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 300 ปีในฐานะศูนย์กลางการผลิตเครื่องปั้นดินเผาระดับสูงของญี่ปุ่น ที่นี่เคยเป็นสถานที่ตั้งของเตาเผานาเบะชิมะ เพื่อผลิตเครื่องปั้นดินเผาสำหรับราชสำนักและชนชั้นสูงเท่านั้น ด้วยเหตุนี้หมู่บ้านจึงถูกสร้างขึ้นอย่างลับๆท่ามกลางหุบเขา จนได้รับฉายาว่า "หมู่บ้านแห่งเตาเผาลับ" ตลอดสองข้างทางของหมู่บ้านเรียงรายไปด้วยร้านเซรามิกกว่า 30 แห่ง ทั้งร้านเก่าแก่และสตูดิโอของช่างรุ่นใหม่ นอกจากนี้เครื่องปั้นดินเผาที่ผลิตจากหมู่บ้านแห่งนี้ยังมีชื่อเสียงในด้านความประณีต ลวดลายละเอียด และการใช้สีที่เป็นเอกลักษณ์ โดยเฉพาะ "นาเบะชิมะยากิ (Nabeshima-yaki)” ซึ่งเป็นเครื่องลายครามที่ผลิตขึ้นเพื่อใช้ในราชสำนักเท่านั้น ไม่เคยวางจำหน่ายทั่วไปในอดีต

Credit :: musubikiln
6. ศาลเจ้าโทซัง (Tozan Jinja)
ศาลเจ้าโทซัง คือศาลเจ้าชินโตที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น ศาลเจ้าแห่งนี้ไม่เพียงเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของความสัมพันธ์ระหว่างศรัทธาและศิลปะเครื่องปั้นดินเผา ที่แห่งนี้ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1658 จุดเด่นที่สำคัญคือเสาโทริอิทำจากเซรามิก และสิ่งก่อสร้างอื่นๆภายในศาลเจ้าก็ใช้วัสดุจากเซรามิกเช่นกัน เป็นหนึ่งในไม่กี่แห่งในญี่ปุ่นที่ใช้เซรามิกแทนหินหรือไม้ในการสร้างเสาโทริอิ สีขาวแวววาวตัดกับท้องฟ้าและภูเขาอย่างงดงาม ภายในศาลเจ้ามีการจัดแสดงแผ่นเซรามิกที่เขียนคำอธิษฐานจากช่างฝีมือและนักท่องเที่ยว ซึ่งช่างปั้นดินเผานิยมมาขอพรที่ศาลเจ้าเพื่อให้การผลิตราบรื่นและประสบความสำเร็จ ที่นี่ไม่ใช่แค่สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ แต่คือพื้นที่ที่ศิลปะและจิตวิญญาณหลอมรวมกันอย่างกลมกลืน

Credit :: rurubu.jp/andmore
7. ปราสาทซากะ (Saga Castle)
ปราสาทซากะ คือหนึ่งในปราสาทที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่สุดของญี่ปุ่น ด้วยรูปแบบปราสาทราบ ที่ตั้งอยู่บนที่ราบแทนที่จะเป็นเนินเขาหรือภูเขา และยังเป็นปราสาทที่มีความสำคัญทั้งในเชิงประวัติศาสตร์ การเมือง และวัฒนธรรมของภูมิภาคคิวชู เดิมทีเป็นหมู่บ้านป้อมปราการของตระกูลริวโซจิ ก่อนจะถูกสร้างใหม่โดยตระกูลนาเบะชิมะ ในต้นศตวรรษที่ 17 และกลายเป็นศูนย์กลางการปกครองของแคว้นซากะในยุคเอโดะ จุดเด่นของปราสาทแห่งนี้คือการไม่มีฐานหินสูง แต่ใช้คันดินและแนวต้นไม้เป็นแนวป้องกันแทน ทำให้ได้รับฉายาว่า "ปราสาทจม" เพราะถูกซ่อนอยู่ในธรรมชาติอย่างแนบเนียน ภายในเป็นพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ ซึ่งจัดแสดงโบราณวัตถุ แผนภูมิ และแบบจำลองที่บอกเล่าประวัติศาสตร์ของซากะ

Credit :: Japan Web Magazine
8. แกลลอรี่อาริตะ (Gallery Arita)
แกลลอรี่อาริตะ คือคาเฟ่และร้านจำหน่ายเครื่องปั้นเซรามิกที่ผสมผสานศิลปะ อาหาร และวัฒนธรรมท้องถิ่นของเมืองอาริตะได้อย่างลงตัว ที่นี่ไม่ใช่แค่คาเฟ่ธรรมดา แต่คือพื้นที่ที่ให้เราได้สัมผัสความงามของ "อาริตะยากิ" ผ่านประสบการณ์การดื่มกาแฟในภาชนะที่ลูกค้าเลือกเองจากแก้วกาแฟที่มีหลากดีไซน์ ทั้งแบบคลาสสิกและร่วมสมัยให้เลือกกว่า 2,000 แบบ และถ้าหากถูกใจแก้วสามารถซื้อกลับได้อีกด้วย! นอกจากนี้ยังมีโซนจำหน่ายเครื่องปั้นดินเผาให้เลือกซื้อกลับบ้าน ตั้งแต่ชิ้นงานศิลป์ไปจนถึงของใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น จาน ชาม ถ้วยลายพิเศษ Hello Kitty เป็นต้น ตัวร้านตกแต่งด้วยไม้และเซรามิก ให้ความรู้สึกเรียบง่ายแต่มีสไตล์ เหมาะกับการพักผ่อนและถ่ายรูปสำหรับสายคอนเทนต์ เรียกได้ว่าที่นี่คือแกลลอรี่ที่เสิร์ฟศิลปะในทุกถ้วยกาแฟ ทุกการเลือกถ้วยคือการเลือกอารมณ์ของวัน และทุกคำที่ลิ้มรสคือการสัมผัสความงามของฝีมือช่างอาริตะ ที่นี่คือพื้นที่ที่ศิลปะไม่ถูกแขวนบนผนัง แต่ถูกถืออยู่ในมือของเรา

Credit :: tabiyomi.yomiuri-ryokou
9. บ่อน้ำพุร้อนชีโบลด์โนะยุ (Siebold No Yu)
บ่อน้ำพุร้อนชีโบลด์โนะยุ คือโรงอาบน้ำสาธารณะเก่าแก่ใจกลางเมืองอุเรชิโนะที่ผสมผสานประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และคุณภาพของน้ำแร่ระดับตำนานไว้ในสถานที่เดียว น้ำแร่ของอุเรชิโนะมีปริมาณโซเดียมไบคาร์บอเนตและโซเดียมคลอไรด์สูง ทำให้มีสัมผัสลื่นละมุน ช่วยให้ผิวเนียนนุ่มจนได้รับฉายาว่า “น้ำแร่เพื่อผิวสวย”

Credit :: japan.travel
10. น้ำตกมิคาเอะริ (Mikaeri waterfall)
น้ำตกมิคาเอะริ คือหนึ่งในน้ำตกที่งดงามที่สุดของจังหวัดซากะ ตั้งอยู่ในเมืองคารัตสึ และได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งใน “100 น้ำตกที่สวยที่สุดของญี่ปุ่น” ด้วยความสูงกว่า 20 เมตรและบรรยากาศธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล เสียงน้ำกระทบหินและละอองน้ำที่ลอยฟุ้งสร้างบรรยากาศเย็นสบายตลอดปี โดยเฉพาะในฤดูร้อนที่อากาศเย็นใกล้แอ่งน้ำตกช่วยคลายร้อนอย่างดี น้ำตกมิคาเอะริมีชื่อที่แปลว่า น้ำตกที่ทำให้หันกลับมามองอีกครั้ง ซึ่งสะท้อนถึงความงามที่ตราตึงจนผู้มาเยือนต้องหยุดและหันกลับมาชมอีกครั้ง

Credit :: zekkeijapan
เมื่อได้สัมผัสครบทั้ง 10 สถานที่แล้ว เพื่อนๆจะพบว่า ซากะ ไม่ใช่เพียงจังหวัดเล็กๆในญี่ปุ่น แต่คือดินแดนที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ดั้งเดิมและความอบอุ่นของผู้คน ทุกมุมเมืองสะท้อนความเรียบง่ายที่งดงาม และทุกประสบการณ์คือการเปิดโลกใหม่ให้ได้รู้จักญี่ปุ่นในมิติที่แท้จริง และ Epic Trips เชื่อว่าการเดินทางไม่ใช่แค่การไปถึงจุดหมาย แต่คือการได้เก็บเกี่ยวความทรงจำที่มีคุณค่า และซากะคือหนึ่งในจุดหมายที่พร้อมจะมอบความทรงจำเหล่านั้นให้ทุกคนอย่างเต็มหัวใจ หากใครกำลังมองหาการเดินทางที่แตกต่างและลึกซึ้งกว่าเดิม ซากะคือคำตอบที่ใช่ และ Epic Trips พร้อมพาทุกคนไปสัมผัสด้วยตัวเอง
