Black Ribbon Top Right

เวลาทำการ

จันทร์-เสาร์ :

09.00 - 22.00 น.

Hotline

083-885-3011

เราช่วยคุณได้

@epictripsthailand

Travel License : 11/12758

หน้าแรก

/

บทความท่องเที่ยว

/

แนะนำ 12 ทีเที่ยวสวรรค์บนดินในบาหลี

แนะนำ 12 ทีเที่ยวสวรรค์บนดินในบาหลี

12

Nov

อินโดนีเซีย

แนะนำ 12 ทีเที่ยวสวรรค์บนดินในบาหลี

  เปิดประตูสู่สวรรค์แห่งการเดินทางกับบาหลี เกาะเล็กๆในอินโดนีเซียที่อัดแน่นไปด้วยมนต์เสน่ห์ ทั้งธรรมชาติที่งดงาม วัฒนธรรมที่ลึกซึ้ง และบรรยากาศสุดชิลที่นักเดินทางทั่วโลกต่างตกหลุมรัก ตั้งแต่ชายหาดสีทองไปจนถึงวัดกลางน้ำ และนาขั้นบันไดสีเขียวสุดตระการตา ทุกมุมของบาหลีคือภาพฝันของคนรักการท่องเที่ยว

  วันนี้ Epic Trips รวบรวมมาให้แล้วกับ "12 ที่เที่ยวในบาหลี" จุดหมายที่ทั้งสวยอลังการ ถ่ายรูปได้ทุกมุม และให้ทุกคนสัมผัสจิตวิญญาณแห่งเกาะสวรรค์อย่างแท้จริง พร้อมแล้วก็ออกเดินทางไปค้นหาความมหัศจรรย์ของบาหลีในแบบที่เพื่อนๆจะไม่มีวันลืมกัน!

1. วัดเลมปูยางค์ (Lempuyang Temple)

วัดเลมปูยางค์ หนึ่งในวัดฮินดูที่เก่าแก่และศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของเกาะบาหลี และเป็นที่ตั้งของ “ประตูสวรรค์” อันเลื่องชื่อ ที่มองเห็นภูเขาไฟอากุงเป็นฉากหลังราวกับภาพในฝัน วัดแห่งนี้ตั้งอยู่บนยอดเขาเลมปูยางค์ สูงจากระดับน้ำทะเลราว 1,175 เมตร และเป็นหนึ่งในวัดศักดิ์สิทธิ์ 6 แห่งที่เชื่อกันว่าเป็นเสาหลักทางจิตวิญญาณของบาหลี การเดินทางขึ้นสู่ยอดวัดต้องผ่านบันไดกว่า 1,700 ขั้น ซึ่งชาวบาหลีเชื่อว่าเป็นการชำระล้างจิตใจและร่างกายก่อนเข้าสู่สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เมื่อมาถึงจุดไฮไลต์ของวัด เราจะได้พบกับ “ประตูสวรรค์ (The Gates of Heaven)" ซุ้มประตูหินบาหลีโบราณที่เปิดออกสู่ท้องฟ้าและภูเขาไฟอากุงเบื้องหลัง เป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยมที่มักมีช่างภาพท้องถิ่นใช้กระจกสร้างเงาสะท้อนคล้ายผิวน้ำ เพิ่มความงดงามให้ภาพถ่ายราวกับอยู่ในอีกโลกหนึ่ง แม้จะเป็นที่เที่ยวสุดฮิตของนักท่องเที่ยวทั่วโลก แต่วัดเลมปูยางค์ยังคงรักษาความศักดิ์สิทธิ์และความสงบไว้ได้อย่างน่าประทับใจ นักท่องเที่ยวควรแต่งกายสุภาพ สวมผ้าซารอง และเคารพกฎของวัดอย่างเคร่งครัด วัดเลมปูยางค์จึงไม่ใช่แค่จุดถ่ายรูปสวย แต่คือการเดินทางสู่ความสงบภายใน และการสัมผัสพลังศรัทธาที่ฝังรากลึกในวัฒนธรรมบาหลีอย่างแท้จริง

2. วัดปุราเบซากิห์ (Pura Besakih)

วัดปุราเบซากิห์ วัดที่มีความสวยงามที่สุด ใหญ่ที่สุด และศักดิ์สิทธิ์ที่สุดบนเกาะบาหลี มีฉากหลังคือภูเขาไฟกุนุงอากุง คนบาหลียกให้วัดนี้เป็นวัดหลวง (Mother Temple) เป็นวัดที่มีบริเวณกว้างใหญ่มาก ภายในมีวัดเล็กๆอีก 23 วัดที่เรียงรายไปตามไหล่เขาอยู่เป็นชั้นๆกว่า 7 ชั้น ประกอบด้วยวัดใหญ่ คือปุระเปนาทารัน อากุง (Pura Penataran Aguan) หรือวัดเปนาทารัน ซึ่งตั้งอยู่ตรงกลางของวัด โดยชาวบาหลีเชื่อกันว่าที่นี่เป็นที่ประทับขององค์ไตรภูวนาถ ผู้เป็นใหญ่ในสามโลก คือสวรรค์ มนุษย์ บาดาล ศรีมากันดาร์ยา ผู้สร้างวัดเบซากีได้รับเทวบัญชาให้ยึดเชิงภูเขาไฟกุนุงอากุง เป็นฐานสร้างวัดแห่งนี้ขี้นมาเมื่อกว่าพันปีมาแล้ว และได้รับการขยาย จากวัดเล็กๆจนใหญ่โตขึ้นเรื่อยๆ จนถึงปี 1917 ภูเขาไฟบาตูร์ที่อยู่เหนือขึ้นไป เกิดแผ่นดินไหวรุนแรง จนวัดเบซากีได้รับความเสียหายอย่างหนัก จึงมีการบูรณะซ่อมแซมขึ้นใหม่ แต่ในปี 1963 ภูเขาไฟกุนุงอากุงเกิดระเบิดอย่างรุนแรงอีกครั้ง จนทำลายวัดเบซากีเกือบราบเรียบ การบูรณะได้เริ่มขึ้นใหม่อีกครั้ง และใช้เวลายาวนานหลายปีกว่าจะมีสภาพเหมือนดังที่เห็นในปัจจุบัน ในทุกๆวันจะมีคนบาหลีเดินทางมาประกอบพิธีทางศาสนา เราสามารถเห็นธรรมเนียมประเพณีและการแต่งกายแบบพื้นเมืองทั้งชายและหญิง รวมทั้งการแบกทูนของบูชาบนศีรษะตามแบบดั้งเดิมอีกด้วย

3. วิหารทานาล็อต (Tanah Lot Temple)

วิหารทานาล็อต วัดฮินดูศักดิ์สิทธิ์ที่เปรียบเสมือนสัญลักษณ์แห่งศรัทธาและความงามของธรรมชาติ วัดแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาเท่านั้น แต่ยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งของเกาะบาหลี ตำนานเล่าว่าในศตวรรษที่ 16 ฤาษี Dang Hyang Nirartha ได้เดินทางจากเกาะชวามายังบาหลี และพบโขดหินกลางทะเลที่เปี่ยมด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์ เขาจึงสร้างวัดขึ้นเพื่อบูชาเทพแห่งท้องทะเล และปกป้องชาวประมงจากภัยพิบัติ วิหารแห่งนี้จึงกลายเป็นสถานที่ที่ผสานความเชื่อและธรรมชาติไว้อย่างกลมกลืน เมื่อคลื่นซัดสาดโขดหินและแสงสุดท้ายของวันสะท้อนผิวน้ำ วิหารทานาล็อตจะเผยเสน่ห์ที่เหนือคำบรรยาย ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวสายมู สายถ่ายรูป หรือสายโรแมนติก ต่างก็หลงรักบรรยากาศที่นี่อย่างถอนตัวไม่ขึ้น และแม้จะมีผู้คนมากมายมาเยือนในแต่ละวัน ความสงบและศรัทธาก็ยังคงอบอวลอยู่ในทุกมุมของวัดแห่งนี้

4. วัดอูลูวาตู (Uluwatu Temple)

กลางหน้าผาสูงกว่า 70 เมตรที่ยื่นออกสู่ทะเล วัดอูลูวาตู ตั้งตระหง่านอย่างสง่างามราวกับป้อมปราการแห่งศรัทธา ตัววัดสร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 11 เพื่ออุทิศแด่เทพเจ้าผู้พิทักษ์ท้องทะเลตามความเชื่อของชาวบาหลี โดยเชื่อกันว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ช่วยปกป้องเกาะจากพลังชั่วร้ายที่มาจากทะเล เมื่อเดินเข้าสู่บริเวณวัด เราจะพบกับซุ้มประตูหินสลักรูปพญาครุฑที่ตั้งตระหง่านอยู่หน้าทางเข้า ตามคติความเชื่อของชาวบาหลีที่แบ่งพื้นที่วัดออกเป็นสามส่วน ได้แก่ ส่วนของสวรรค์ มนุษย์ และภูตผีปีศาจ สถาปัตยกรรมของวัดสะท้อนความงดงามแบบบาหลีแท้ ทั้งประตูบาหลี (Candi Bentar) และประติมากรรมโบราณที่แฝงความหมายทางจิตวิญญาณ แต่สิ่งที่ทำให้วัดอูลูวาตูตราตรึงใจผู้มาเยือนมากที่สุด คือวิวพระอาทิตย์ตกที่สาดแสงสีทองลงบนผืนน้ำกว้างใหญ่เบื้องล่าง พร้อมเสียงคลื่นกระทบหน้าผาอย่างต่อเนื่อง บรรยากาศยามเย็นที่นี่จึงเปี่ยมด้วยมนต์ขลังและความสงบ และหากมาในช่วงเย็น ยังสามารถชมการแสดงระบำเคชัก (Kecak Dance) ที่จัดขึ้นบนลานกลางแจ้งริมหน้าผา โดยนักแสดงจะสวมชุดพื้นเมืองและขับร้องเสียง “จัก จัก จัก” ประสานกันอย่างทรงพลัง ถ่ายทอดเรื่องราวรามายณะได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ วัดอูลูวาตูจึงไม่ใช่แค่สถานที่ท่องเที่ยว แต่คือประสบการณ์ทางวัฒนธรรมและจิตวิญญาณที่ควรค่าแก่การสัมผัสสักครั้งในชีวิต

5. วัดเทมภัคสิริงค์ (Tampak Siring Temple)

วัดเทมภัคสิริงค์ หรือ วัดน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ เป็นวัดโบราณที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันสงบเงียบ วัดแห่งนี้มีอายุกว่า 1,000 ปี และเป็นศูนย์กลางของพิธีกรรมชำระล้างตามความเชื่อของชาวฮินดูบาหลี ตำนานเล่าว่า พระอินทร์ ได้บันดาลให้น้ำพุศักดิ์สิทธิ์ผุดขึ้นจากพื้นดินเพื่อช่วยเหลือมนุษย์จากพลังชั่วร้าย น้ำพุนี้จึงกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความบริสุทธิ์และการปกป้อง วัดถูกสร้างขึ้นราวศตวรรษที่ 10 ในสมัยราชวงศ์วาร์มาเดวา และเคยใช้ประกอบพิธีเฉพาะของราชวงศ์ ก่อนจะเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้ามาสักการะในภายหลัง เมื่อเดินเข้าสู่บริเวณวัด จะพบกับบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่มีหัวน้ำพุเรียงรายกว่า 30 จุด ผู้แสวงบุญจะสวมผ้าซารองและลงไปอาบน้ำตามลำดับของหัวน้ำพุ เพื่อขอพร ขจัดสิ่งไม่ดี และเสริมสิริมงคลแก่ชีวิต บรรยากาศเต็มไปด้วยความสงบและความศรัทธาอันลึกซึ้ง แม้จะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม แต่วัดแห่งนี้ยังคงรักษาความศักดิ์สิทธิ์ไว้อย่างเคร่งครัด นักท่องเที่ยวจึงควรเคารพพิธีกรรม เช่น ห้ามถ่ายภาพผู้ประกอบพิธีอาบน้ำ และไม่ควรรบกวนพื้นที่ประกอบพิธีของพราหมณ์ บริเวณใกล้เคียงจะมีตลาดท้องถิ่นที่นักท่องเที่ยวสามารถเลือกซื้อสินค้าพื้นเมืองและของฝากได้อย่างสนุกสนาน

6. วัดบราตัน (Pura Ulun Danu Bratan)

วัดบราตัน เป็นวัดกลางน้ำที่งดงามงามที่สุดแห่งหนึ่งของบาหลี วัดแห่งนี้สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1633 เพื่ออุทิศแด่เทพีเดวี ดานุ เทพแห่งน้ำและความอุดมสมบูรณ์ ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อระบบชลประทานของชาวบาหลี ตัววัดตั้งอยู่บนเกาะเล็กๆกลางทะเลสาบ ทำให้เมื่อระดับน้ำสูงขึ้นในฤดูฝน วิหารหลักจะดูเหมือนลอยอยู่บนน้ำ สร้างภาพที่งดงามราวกับภาพวาด สถาปัตยกรรมของวัดเป็นแบบบาหลีแท้ มีเจดีย์ชั้นลด (Meru) ที่ใช้บูชาเทพเจ้าต่างๆ และลานประกอบพิธีที่เปิดโล่งรับแสงธรรมชาติ บรรยากาศรอบวัดเงียบสงบและเย็นสบาย เหมาะกับการเดินเล่น ถ่ายภาพ หรือพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ นักท่องเที่ยวสามารถเช่าเรือพายเพื่อชมวิววัดจากกลางทะเลสาบ หรือเดินชมสวนดอกไม้และศาลาริมน้ำที่จัดแต่งไว้อย่างสวยงาม วัดบราตันไม่เพียงเป็นสถานที่ท่องเที่ยว แต่ยังเป็นศูนย์กลางของความศรัทธาและพิธีกรรมของชาวบาหลี โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสำคัญที่มีการถวายเครื่องบูชาเพื่อขอพรเรื่องน้ำฝนและความอุดมสมบูรณ์ของพืชผล หากเพื่อนๆกำลังมองหาสถานที่ที่ผสานความงามของธรรมชาติเข้ากับวัฒนธรรมอย่างกลมกลืน วัดบราตันคือหนึ่งในจุดหมายที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนบาหลี

7. วานากิริ ฮิดเดน ฮิลล์ (Wanagiri Hidden Hill)

วานากิริ ฮิดเดน ฮิลล์ คือจุดชมวิวและถ่ายภาพยอดนิยมในบาหลีตอนเหนือ เป็นสวรรค์ของนักถ่ายภาพและสายโซเชียล ที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันเขียวขจีและเงียบสงบ ชื่อ “Wanagiri” มาจากคำว่า “Wana” ที่แปลว่าป่า และ “Giri” ที่แปลว่าเนินเขา รวมกันหมายถึง “เนินเขาแห่งป่า” ซึ่งสะท้อนบรรยากาศของสถานที่ได้อย่างชัดเจน เมื่อมาถึงเราจะได้พบกับวิวพาโนราม่าของทะเลสาบบูยันและทะลสาบทัมบลิงัน ที่ทอดตัวอยู่เบื้องล่าง พร้อมพร็อพถ่ายภาพสุดสร้างสรรค์ที่จัดวางไว้ตามจุดต่างๆ เช่น ชิงช้ากลางอากาศ รังนกขนาดใหญ่ สะพานไม้ และกรอบรูปวิวธรรมชาติ ทุกจุดถูกออกแบบมาเพื่อให้ได้ภาพถ่ายที่สวยงามและไม่เหมือนใคร เหมาะกับการอัปลง Instagram หรือใช้ในแคมเปญท่องเที่ยวที่เน้นความสดใสและเป็นธรรมชาติ นอกจากการถ่ายภาพ Wanagiri Hidden Hill ยังเป็นสถานที่พักผ่อนที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการหลีกหนีจากความวุ่นวายของเมืองใหญ่ ด้วยอากาศเย็นสบายตลอดปีและบรรยากาศเงียบสงบ นักท่องเที่ยวสามารถใช้เวลาชมวิว จิบกาแฟจากร้านเล็กๆ หรือเดินเล่นตามทางเดินไม้ที่เชื่อมต่อจุดชมวิวต่างๆ ได้อย่างเพลิดเพลิน

8. นาข้าวขั้นบันได (Tegalalang Rice Terrace)

นาข้าวขั้นบันได ที่ทอดตัวตามแนวเขาอย่างเป็นระเบียบราวกับงานศิลปะธรรมชาติ ที่นี่ไม่ใช่แค่แหล่งผลิตข้าว แต่คือมรดกทางวัฒนธรรมที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติอย่างลึกซึ้ง ระบบชลประทานที่ใช้ในพื้นที่นี้เรียกว่า Subak ซึ่งเป็นภูมิปัญญาดั้งเดิมของชาวบาหลีที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโก้ การจัดวางนาขั้นบันไดช่วยป้องกันดินถล่มและรักษาความชุ่มชื้นของดินได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งสร้างทัศนียภาพที่งดงามในทุกฤดูกาล โดยเฉพาะช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคมที่ข้าวเขียวขจีเต็มพื้นที่ เราสามารถเดินเล่นตามทางเดินเล็กๆที่คดเคี้ยวไปตามแนวทุ่งนา หรือเลือกจุดชมวิวที่มีคาเฟ่เล็กๆตั้งอยู่ริมเขา เพื่อจิบกาแฟพร้อมชมวิวแบบพาโนราม่า นอกจากนี้ยังมีพร็อพถ่ายรูปอย่างชิงช้า รังนก และสะพานไม้ ที่เพิ่มความสนุกให้กับการถ่ายภาพลงโซเชียล

9. ตลาดอูบุด (Ubud Market)

ตลาดอูบูด ท่ามกลางถนนสายเล็กๆที่คึกคักของเมืองอูบุด มีตลาดแห่งหนึ่งที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาและกลิ่นอายของศิลปะพื้นเมือง นั่นคือ Ubud Art Market หรือที่คนท้องถิ่นเรียกว่า Pasar Seni Ubud ที่นี่คือแหล่งรวมงานฝีมือจากช่างท้องถิ่นทั่วเกาะบาหลี ตั้งแต่ผ้าทอมือ กระเป๋าสาน หมวกปีกกว้าง ไปจนถึงภาพวาดและของตกแต่งบ้านที่ทำจากไม้และหิน ตลาดแบ่งออกเป็นสองฝั่งหลักๆ คือฝั่งเช้าและฝั่งบ่าย โดยฝั่งเช้าจะเน้นขายของสดและของใช้ในชีวิตประจำวัน ส่วนฝั่งบ่ายคือสวรรค์ของนักช้อปที่มองหาของฝากและของตกแต่งบ้านที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร การเดินเล่นในตลาดอูบุดไม่ใช่แค่การช้อปปิ้ง แต่คือการสัมผัสวัฒนธรรมบาหลีผ่านสีสัน ลวดลาย และรอยยิ้มของผู้ขายที่เป็นมิตร นอกจากสินค้าท้องถิ่น ตลาดยังรายล้อมไปด้วยคาเฟ่เก๋ ร้านอาหารพื้นเมือง และแกลลอรี่ศิลปะ ทำให้ที่นี่กลายเป็นจุดแวะพักยอดนิยมของนักเดินทางสายศิลป์ สายชิลล์ และสายถ่ายรูป

10. หาดเซมินยัก (Seminyak Beach)

หาดเซมินยัก ชายหาดที่มีชื่อเสียงตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของบาหลี หาดทรายสีขาวทอดยาวกว่า 2 กิโลเมตร โอบล้อมด้วยน้ำทะเลสีฟ้าใสของมหาสมุทรอินเดีย เป็นที่รู้จักในฐานะรีสอร์ทริมชายหาดที่ทันสมัยและหรูหรา มีรีสอร์ทหรู ร้านอาหารอร่อย ร้านค้าแบรนด์ดัง และสถานบันเทิงยามค่ำคืน แม้จะเป็นที่นิยมและมีผู้คนพลุกพล่าน แต่ก็เป็นจุดที่ชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงาม และสามารถเดินไปยังหาดกูตาหรือเลเกียนได้อีกด้วย

11. พระราชวังน้ำตีร์ตา กังกา (Tirta Gangga Water Palace)

พระราชวังน้ำตีร์ตา กังกา สวนวังน้ำโบราณที่งดงามราวภาพฝัน ตั้งอยู่ทางตะวันออกของบาหลี "Tirta Gangga" มีความหมายว่า น้ำศักดิ์สิทธิ์จากแม่น้ำคงคา ตามความเชื่อในศาสนาฮินดู วัดแห่งนี้สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1946 โดยกษัตริย์แห่งราชวงศ์คารังกาเซ็ม เพื่อใช้เป็นสถานที่พักผ่อนและประกอบพิธีกรรมทางศาสนา แม้จะได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการปะทุของภูเขาไฟอากุงในปี ค.ศ. 1963 แต่พระราชวังน้ำแห่งนี้ก็ได้รับการบูรณะขึ้นใหม่อย่างประณีต จนกลับมางดงามดังเดิม ภายในประกอบด้วยสระน้ำใสสะอาดที่เลี้ยงปลาคาร์ปหลากสี ทางเดินหินกลางน้ำที่เรียงตัวอย่างมีศิลป์ น้ำพุเจ็ดชั้น และประติมากรรมเทพเจ้าตามความเชื่อฮินดู ทุกองค์ล้วนสะท้อนความศรัทธาและความละเอียดอ่อนของช่างฝีมือบาหลี นักท่องเที่ยวสามารถเดินเล่น ถ่ายภาพ หรือให้อาหารปลาคาร์ปในสระน้ำได้อย่างเพลิดเพลิน บางคนเลือกลงเล่นน้ำในสระที่เปิดให้บริการ ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ช่วยชำระล้างจิตใจและร่างกายให้บริสุทธิ์

12. สวนวิษณุ (Garuda Wisnu Kencana)

สวนวิษณุ คืออุทยานวัฒนธรรมขนาดใหญ่ทางตอนใต้ของบาหลี ที่นี่คือพื้นที่กว่า 60 เฮกตาร์ที่รวบรวมงานประติมากรรม วัฒนธรรม และการแสดงพื้นเมืองไว้ในจุดเดียว หัวใจของอุทยานคือ ประติมากรรมพระวิษณุทรงครุฑ ที่มีความสูงถึง 121 เมตร รวมฐาน ถือเป็นหนึ่งในรูปปั้นที่สูงที่สุดในโลก สร้างขึ้นเพื่อสื่อถึงพลังแห่งการปกป้องและความยั่งยืน โดยพระวิษณุ (หรือพระนารายณ์) เป็นเทพเจ้าผู้พิทักษ์จักรวาลตามความเชื่อของศาสนาฮินดู ส่วนครุฑคือพาหนะผู้ซื่อสัตย์ที่เปี่ยมด้วยพลัง ภายในอุทยานยังมีลานแสดงกลางแจ้ง นิทรรศการศิลปะ ร้านอาหาร และจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นทะเลและภูเขาได้อย่างชัดเจน เราสามารถชมการแสดงระบำบาหลีแบบดั้งเดิม เช่น ระบำบารอง ระบำเคชัก และระบำเลเกงที่จัดแสดงทุกวันในบรรยากาศที่เต็มไปด้วยมนต์ขลัง นอกจากนี้ยังมีโซนประวัติศาสตร์ที่เล่าเรื่องราวของเทพเจ้าในตำนานผ่านภาพวาดและประติมากรรม รวมถึงจุดถ่ายภาพยอดนิยมที่มีฉากหลังเป็นรูปปั้นขนาดมหึมาและท้องฟ้ากว้างใหญ่ ดังนั้นสวนวิษณุจึงไม่ใช่แค่สถานที่ท่องเที่ยว แต่คือพื้นที่แห่งศิลปะ ความศรัทธา และความภาคภูมิใจของชาวบาหลีที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสวัฒนธรรมอินโดนีเซียในมิติที่ลึกซึ้งและอลังการ

หวังว่าทุกคนจะถูกใจกับที่เที่ยวในบาหลีที่เราเอามาฝาก และถ้าหากเพื่อนๆอยากให้ทุกช่วงเวลาการเดินทางเต็มไปด้วยประสบการณ์ที่เหนือความคาดหมาย Epic Trips พร้อมพาทุกคนออกเดินทางสู่บาหลีในแบบที่พิเศษกว่าที่เคย ตั้งแต่การจัดทริปส่วนตัวสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ไปจนถึงแพ็กเกจทัวร์สุดคุ้มที่รวมทุกความประทับใจไว้ในหนึ่งเดียว เพราะสำหรับเรา... “ทุกการเดินทางคือเรื่องราวสุด EPIC ที่รอให้คุณไปสร้างด้วยหัวใจ” คลิกชมโปรแกรมเลย >>> ทัวร์อินโดนีเซีย

จำนวนผู้เข้าชม 194 ครั้ง