แนะนำ 8 ที่เที่ยวห้ามพลาดในจูไห่ เก็บครบทุกไฮไลท์
เมืองชายทะเลสุดโรแมนติกอย่าง “จูไห่ (Zhuhai)” แห่งมณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน คือหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่กำลังมาแรงสำหรับนักเดินทางที่อยากสัมผัสเสน่ห์ของเมืองสงบ บรรยากาศดี และวิวทะเลสุดสวย จูไห่ได้ชื่อว่าเป็น “เมืองแห่งคู่รัก” เพราะมีทางเดินเลียบชายฝั่งที่ยาวสุดสายตา พร้อมทั้งแหล่งท่องเที่ยวหลากหลาย ตั้งแต่สวนสนุกระดับโลก วัดเก่าแก่ เกาะธรรมชาติ ไปจนถึงถนนช้อปปิ้งสุดคึกคัก
วันนี้ Epic Trips จะพาเพื่อนๆไปทำความรู้จักกับ 8 ที่เที่ยวไฮไลท์ในจูไห่ ที่ทั้งสวย สนุก และน่าประทับใจ เหมาะสำหรับทุกสไตล์ ไม่ว่าจะมาเที่ยวแบบคู่รัก ครอบครัว หรือสายชิลที่อยากพักผ่อนริมทะเลจีนใต้...มาดูกันว่าจูไห่มีอะไรน่าหลงใหลบ้าง!
1. ถนนคู่รัก (The Lover Road)
ถนนคู่รัก ถือเป็นแลนด์มาร์คริมทะเลที่โดดเด่นที่สุดของเมืองจูไห่ มีความยาวกว่า 28 กิโลเมตร ตั้งแต่เขตเซียงโจวไปจนถึงจิ่วโจวพอร์ต สร้างขึ้นเพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้สัมผัสบรรยากาศทะเลอย่างใกล้ชิด โดยมีทางเดินไม้กระดานและลานหินเรียบตลอดแนวชายฝั่ง เหมาะกับการเดินเล่น ปั่นจักรยาน หรือพักผ่อนแบบสบายๆ
2. จูไห่ ฟิชเชอร์เกิร์ล (Zhuhai Fisher Girl)
จูไห่ ฟิชเชอร์เกิร์ล คือรูปปั้นหินแกรนิตสูง 8.7 เมตร น้ำหนักกว่า 10 ตัน ตั้งอยู่บนโขดหินริมทะเลในอ่าวเซียงลู่ ออกแบบโดยศิลปินชื่อดัง Pan He และสร้างเสร็จในปี 1982 ก่อนที่เมืองจูไห่จะได้รับสถานะเขตเศรษฐกิจพิเศษ รูปปั้นนี้กลายเป็นสัญลักษณ์ของเมืองและได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานทางวัฒนธรรมในปี 2014 ตามตำนานเล่าว่าหญิงสาวจากสวรรค์ลงมาใช้ชีวิตเป็นชาวประมงในจูไห่ เธอมีไข่มุกวิเศษที่สามารถปกป้องเมืองจากภัยพิบัติได้ เมื่อเมืองเผชิญวิกฤต เธอยอมสละไข่มุกเพื่อช่วยเหลือผู้คน ทำให้เมืองกลับมาสงบสุขอีกครั้ง ชาวบ้านจึงสร้างรูปปั้นเพื่อยกย่องความเสียสละของเธอ
3. ฉางหลง โอเชี่ยน คิงดอม (Chimelong Ocean Kingdom)
ฉางหลง โอเชี่ยน คิงดอม คือสวนสนุกและอควาเรียมธีมทะเลที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดดเด่นด้วยเครื่องเล่นระดับโลก โซนสัตว์น้ำอลังการ และโชว์สุดตระการตา เหมาะกับทุกวัย โดยเฉพาะครอบครัวและกลุ่มทัวร์ โดยสวนสนุกแห่งนี้เปิดในปี 2014 โดยกลุ่ม Chimelong Group ครอบคลุมพื้นที่กว่า 1.32 ล้านตารางเมตร ได้รับรางวัลจาก Thea Awards และ Guinness World Records ว่าเป็นหนึ่งในสวนสนุกที่มีพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำใหญ่ที่สุดในโลก มีการจัดโซนตามธีมมหาสมุทร เช่น Ocean Avenue ทางเข้าหลักและโซนเปิดที่ต้อนรับนักท่องเที่ยวสู่อาณาจักรแห่งนี้, Arctic โซนจัดแสดงสัตว์ในแถบขั้วโลก เช่น หมีขาว และเพนกวิน, Dolphin Cove โซนโชว์โลมาแสนรู้ พร้อมกิจกรรมให้เด็กๆได้ใกล้ชิด และ Whale Shark Aquarium อควาเรียมขนาดยักษ์ที่มีปลาฉลามวาฬตัวจริง พร้อมอุโมงค์ใต้น้ำยาวกว่า 68 เมตร นอกจากนี้ยังมีเครื่องเล่นที่น่าสนใจอย่าง Parrot Coaster รถไฟเหาะตีลังกา 360 องศา ที่ให้ความรู้สึกเหมือนบินทะลุมิติไปพร้อมกับชมวิวป่า ทะเลสาบ และหุบเขา, Polar Explorer Roller Coaster รถไฟเหาะที่จำลองการผจญภัยในขั้วโลกและให้คุณสัมผัสกับละอองน้ำ, Bermuda Adventure เครื่องเล่นที่สร้างประสบการณ์อันน่าตื่นเต้นจากการจำลองการผจญภัยในสามเหลี่ยมเบอร์มิวดา เป็นต้น
4. ตลาดใต้ดินกงเป่ย (Gongbei Underground Market)
ตลาดใต้ดินกงเป่ย ตลาดใต้ดินกงเป่ยตั้งอยู่บริเวณชั้นใต้ดินของ Gongbei Port Plaza ซึ่งเป็นจุดผ่านแดนระหว่างเมืองจูไห่กับมาเก๊า ถือเป็นหนึ่งในแหล่งช้อปปิ้งที่คึกคักที่สุดของเมืองจูไห่ ด้วยพื้นที่กว้างขวางและร้านค้าหลายร้อยร้านที่จำหน่ายสินค้าหลากหลายประเภท ตั้งแต่เสื้อผ้าแฟชั่น เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ไปจนถึงของฝากและอาหารท้องถิ่นมากมาย
Credit :: logatfer.wordpress
5. โรงละครจูไห่ (Zhuhai Opera House)
โรงละครจูไห่ แลนด์มาร์คศิลปะริมทะเลที่โดดเด่นที่สุดของเมือง ตั้งอยู่บนเกาะ Wild Beaver Island ริมชายฝั่ง พร้อมสถาปัตยกรรมรูปเปลือกหอยขนาดยักษ์ โรงละครแห่งนี้เป็นโรงละครโอเปร่าริมทะเลแห่งแรกของจีน มีพื้นที่รวมกว่า 59,000 ตารางเมตร รองรับผู้ชมได้กว่า 1,500 คน ใช้จัดแสดงโอเปร่า คอนเสิร์ต และการแสดงวัฒนธรรม ออกแบบโดยใช้แรงบันดาลใจจาก “เปลือกหอยพระอาทิตย์และพระจันทร์” สื่อถึงความสมดุลและความกลมกลืนของธรรมชาติและศิลปะ ถือเป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยม โดยเฉพาะช่วงเย็นที่แสงสะท้อนทะเลและอาคารอย่างงดงาม
6. พระราชวังหยวนหมิงใหม่ (The New Yuan Ming Palace)
พระราชวังหยวนหมิงใหม่ ตั้งอยู่เชิงเขา Stone Forest Mountain สร้างขึ้นในปี 1997 เพื่อจำลองความงดงามของพระราชวังฤดูร้อนหยวนหมิงหยวนในกรุงปักกิ่ง ซึ่งถูกทำลายโดยกองทัพต่างชาติในศตวรรษที่ 19 โดยพื้นที่รวมกว่า 1.39 ตารางกิโลเมตร มีการจำลอง 18 จุดสำคัญจากพระราชวังเดิมในขนาดเท่าจริง นอกจากนนี้สิ่งที่ไม่ควรพลาดเลยคือ "โชว์หยวนหมิงชิงหยวน" การแสดงกลางแจ้งสุดอลังการที่จัดขึ้นในพระราชวังแห่งนี้ ถ่ายทอดเรื่องราวประวัติศาสตร์ราชวงศ์ชิงผ่านแสง สี เสียง และนักแสดงกว่า 100 ชีวิต ใช้เวลาแสดงประมาณ 1 ชั่วโมง ทุกวันช่วงเย็น
Credit :: guokenewlife.blogspot
7. วัดจินไต (Jintai Temple)
วัดจินไต เป็นวัดโบราณที่สร้างขึ้นใหม่ ณ บริเวณเชิงเขาหวงหยาง และมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และภูมิศาสตร์ โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมสีแดงและกระเบื้องสีทองท่ามกลางธรรมชาติที่ร่มรื่น นอกจากนี้ยังเป็นจุดชมวิวเมืองจูไห่ที่สวยงามอีกด้วย โดยหลังจากการล่มสลายของราชวงศ์ซ่งในสงครามยาเหมิน ขุนนางระดับสูงได้หลบหนีมายังภูเขาหวงหยาง และสร้างวัดแห่งนี้ขึ้นเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมและหลบภัย วัดจึงมีความเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์การเมืองและจิตวิญญาณของราชวงศ์ซ่ง ปัจจุบันเป็นสถานที่ที่ผสมผสานระหว่างศิลปะสวนหลิงหนาน สถาปัตยกรรมจีน และภูมิทัศน์ธรรมชาติอย่างลงตัว
Credit :: Rye Ren tripadvisor
8. วัดผู่โถว (Putuo Temple)
วัดผู่โถว วัดพุทธที่ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติบนภูเขาเฟิ่งหวง สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 20 และได้รับการบูรณะและขยายในยุคปัจจุบันจนกลายเป็นวัดที่มีความงดงามทั้งด้านสถาปัตยกรรมและภูมิทัศน์ธรรมชาติ ผู้คนนิยมมาขอพรเรื่องสุขภาพ สติปัญญา และความสงบในชีวิต โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมจีนโบราณ บรรยากาศสงบ และประวัติศาสตร์ที่ย้อนกลับไปถึงต้นราชวงศ์ชิง เหมาะกับผู้แสวงหาความสงบทางจิตใจและนักท่องเที่ยวสายวัฒนธรรม
แค่ได้เห็นวิวทะเลสุดโรแมนติกของจูไห่ ก็อยากเก็บกระเป๋าออกเดินทางทันทีเลยใช่ไหมค่ะ? เมืองนี้ไม่ใช่แค่สวย แต่ยังเต็มไปด้วยที่เที่ยวครบทุกแนว ทั้งสายชิล สายธรรมชาติ หรือสายสนุกก็มีหมด! ใครกำลังวางแผนเที่ยวใกล้มาเก๊า บอกเลยว่า “จูไห่” คืออีกหนึ่งจุดหมายที่ต้องไปให้ได้สักครั้ง แต่ถ้าอยากเที่ยวจูไห่แบบครบ จบในทริปเดียว ก็ติดต่อเราได้เลย! ทีมงาน Epic Trips พร้อมดูแลทุกขั้นตอน ตั้งแต่ตั๋ว ที่พัก รถรับส่ง และโปรแกรมเที่ยวสุดคุ้ม แล้วมาเก็บความทรงจำดีๆริมทะเลจีนใต้ไปด้วยกันน้า >>> ทัวร์จูไห่