Black Ribbon Top Right

เวลาทำการ

จันทร์-เสาร์ :

09.00 - 22.00 น.

Hotline

083-885-3011

เราช่วยคุณได้

@epictripsthailand

Travel License : 11/12758

หน้าแรก

/

บทความท่องเที่ยว

/

10 ข้อควรรู้ก่อนตะลุยเที่ยวเวียดนาม

10 ข้อควรรู้ก่อนตะลุยเที่ยวเวียดนาม

16

Oct

เวียดนาม

10 ข้อควรรู้ก่อนตะลุยเที่ยวเวียดนาม

  ใครกำลังแพลนไปเที่ยวเวียดนาม ยกมือขึ้น! ไม่ว่าจะเล็งไว้ว่าอยากจิบกาแฟไข่ที่ฮานอย ชิลริมทะเลที่ดานัง หรือเดินเล่นในเมืองเก่าฮอยอันสุดโรแมนติก…ขอบอกเลยว่า เวียดนามคือหนึ่งในประเทศที่ทั้งใกล้ เที่ยวง่าย ค่าครองชีพไม่แพง และที่สำคัญคือ มีอะไรให้ว้าวเยอะมากกก!

  แต่เดี๋ยวก่อน! ก่อนจะจัดกระเป๋าแล้วกระโดดขึ้นเครื่อง ลองมาเช็กกันก่อนว่ามีอะไรที่ควรรู้ไว้บ้าง จะได้ไม่งง ไม่โป๊ะ และเที่ยวได้แบบมือโปรสุดๆกับ✨10 ข้อควรรู้ก่อนเที่ยวเวียดนาม ที่สายเที่ยวต้องอ่านไว้ก่อนจะบิน! ถ้าพร้อมแล้วตามพวกเรา Epic Trips ไปเก็บข้อมูลกันเลย!

1. คนไทยไม่ต้องขอวีซ่า พำนักไม่เกิน 30 วัน

หนึ่งในเหตุผลที่เวียดนามกลายเป็นจุดหมายยอดฮิตของนักเดินทางชาวไทยก็คือ ความสะดวกในการเดินทาง เพราะคนไทยสามารถเข้าประเทศเวียดนามได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า หากเดินทางเพื่อการท่องเที่ยวและพำนักไม่เกิน 30 วัน

ข้อควรรู้เพิ่มเติม:
- หากต้องการอยู่เกิน 30 วัน หรือมีวัตถุประสงค์อื่น เช่น ทำงานหรือเรียน ควรขอวีซ่าล่วงหน้า
- พาสปอร์ตต้องมีอายุเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือนนับจากวันเดินทาง
- เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองอาจขอดูหลักฐานการเดินทางกลับ เช่น ตั๋วเครื่องบินขากลับ

2. สกุลเงินที่ใช้คือ "ดอง" (VND)

เมื่อพูดถึงการเที่ยวเวียดนาม สิ่งหนึ่งที่นักเดินทางชาวไทยควรรู้ไว้ล่วงหน้าคือเรื่องของ สกุลเงินท้องถิ่น ซึ่งใช้ “ดอง” (Vietnamese Dong – VND) เป็นหลักในการซื้อขายและใช้จ่ายทั่วไป โดย 1 บาทไทยจะอยู่ประมาณ 650-700 ดอง (ขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันนั้น) ตัวอย่าง: 100,000 VND = 150 บาทไทย โดยแนะนำให้แลกเงินจากไทยไปก่อน หรือแลกที่สนามบิน/โรงแรม/ร้านแลกเงินในเมืองใหญ่ สามารถแลกเงินดองได้ที่ Superrich Thailand (ซุปเปอร์ริชสีเขียว) ธนบัตรที่ใช้งานในปัจจุบัน ได้แก่ 100 ดอง, 200 ดอง, 500 ดอง, 1000 ดอง, 2000 ดอง, 5000 ดอง, 10000 ดอง, 20000 ดอง, 50000 ดอง, 100000 ดอง, 200000 ดอง และ 500000 ดอง

ข้อควรระวัง:
- ธนบัตร 50,000 ดอง กับ 500,000 ดอง สีคล้ายกันมาก ควรตรวจสอบให้ดีก่อนจ่าย
- ร้านค้าเล็กๆมักรับเฉพาะเงินสด บางร้านไม่รับบัตร ควรพกธนบัตรมูลค่าต่ำไว้ใช้จ่ายทั่วไป **บางร้านค้ารับเงินไทย แต่แนะนำให้สอบถามก่อน**
- เวียดนามไม่มีการใช้เหรียญในชีวิตประจำวัน

3. ภาษาอังกฤษใช้ได้ “พอประมาณ”

ประเทศเวียดนามมีภาษาประจำชาติคือ ภาษาเวียดนาม (Vietnamese) หรือที่คนท้องถิ่นเรียกว่า “Tiếng Việt” ซึ่งเป็นภาษาที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งในเรื่องของเสียงวรรณยุกต์ การออกเสียง และการเขียน คนเวียดนามส่วนใหญ่พูดภาษาเวียดนามเป็นหลัก โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบท แต่ในเมืองใหญ่และแหล่งท่องเที่ยว เช่น ฮานอย ดานัง โฮจิมินห์จะมีคนที่พูดภาษาอังกฤษได้บ้าง โดยเฉพาะในโรงแรม ร้านอาหาร และจุดบริการนักท่องเที่ยว แนะนำให้ใช้แอปแปลภาษา เช่น Google Translate หรือแอปแปลเสียง ช่วยให้การสื่อสารสะดวกขึ้น

4. ระวัง "วินมอเตอร์ไซค์" -ต่อราคาให้เป็น-

เวียดนามเป็นประเทศที่มีการใช้มอเตอร์ไซค์ เป็นพาหนะหลักของคนท้องถิ่น โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ เช่น ฮานอย โฮจิมินห์ และดานัง เพื่อนๆจะเห็นมอเตอร์ไซค์วิ่งเต็มถนนแทบทุกช่วงเวลา ซึ่งสะท้อนถึงวิถีชีวิตที่คล่องตัวและเร่งรีบของคนเวียดนาม เพื่อความปลอดภัยแนะนำให้ใช้ Grab Bike หรือ Grab Car หรือ Taxi เป็นหลัก โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ อีกทั้งยังมีภาษาอังกฤษในแอป ใช้งานง่ายสำหรับนักท่องเที่ยว Grab Bike ราคาถูก เหมาะกับการเดินทางระยะสั้นในเมือง Grab Car เหมาะสำหรับเดินทางเป็นกลุ่มหรือมีสัมภาระ ช่วงเวลาเร่งด่วน (เช้า-เย็น) อาจมีราคาพุ่งหรือรอนานกว่าปกติ ส่วน Taxi แนะนำให้เลือกใช้ของบริษัท Vanisun หรือ Mailinh จะค่อนข้างมีมาตราฐานดี โอกาสโดนโกงมิเตอร์น้อยที่สุด

ข้อควรระวังเกี่ยวกับวินมอเตอร์ไซค์
- ไม่มีมิเตอร์ ราคาขึ้นอยู่กับการตกลง ควรตกลงราคาให้ชัดเจนก่อนขึ้น หากไม่ถามราคาอาจถูกคิดแพงเกินจริง
- บางรายไม่มีใบขับขี่หรือหมวกกันน็อกสำหรับผู้โดยสาร
- เสี่ยงต่อการขับขี่เร็วหรือฝ่าฝืนกฎจราจร โดยเฉพาะในช่วงเวลาเร่งด่วน
- อาจมีการหลอกลวงนักท่องเที่ยว เช่น พาอ้อมหรือเรียกเก็บเงินเพิ่ม
- หลีกเลี่ยงการเดินทางด้วยมอเตอร์ไซค์ในช่วงกลางคืนหรือพื้นที่เปลี่ยว

5. การข้ามถนนคือศิลปะ!

ถนนในเวียดนาม โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ เช่น ฮานอย โฮจิมินห์ และดานังเต็มไปด้วยมอเตอร์ไซค์นับพันคันที่วิ่งกันอย่างไม่หยุดพัก แม้จะไม่มีไฟแดงหรือทางม้าลายชัดเจน แต่คนท้องถิ่นก็สามารถข้ามถนนได้อย่างคล่องแคล่วราวกับมีจังหวะเฉพาะตัว โดยมีข้อควรระวังดังนี้ มอเตอร์ไซค์บางคันอาจขับสวนเลนหรือไม่หยุดแม้คุณอยู่กลางถนน, หลีกเลี่ยงการข้ามถนนในจุดที่ไม่มีไฟจราจรหรือทางม้าลายในช่วงเวลาเร่งด่วน, หากเดินทางกับผู้สูงอายุหรือเด็ก ควรจับมือและข้ามอย่างระมัดระวัง

ทริคข้ามถนนแบบมือโปร
- อย่าหยุดกลางถนน เดินช้าๆอย่างมั่นใจ ให้รถหลบคุณเอง
- รักษาความเร็วคงที่ ไม่ควรเร่งหรือหยุดกะทันหัน เพราะคนขับจะคาดเดาทิศทางคุณไม่ได้
- สบตาคนขับ เพื่อให้เขารับรู้ว่าคุณกำลังข้าม
- ข้ามพร้อมคนท้องถิ่น ถ้าไม่มั่นใจให้เดินตามหลังคนเวียดนามไปเลย
- หลีกเลี่ยงการใช้โทรศัพท์หรือถ่ายรูปขณะข้ามถนน

6. มีซิม/อินเทอร์เน็ตราคาถูก

การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตในเวียดนามถือว่าสะดวกและครอบคลุมมาก ไม่ว่าจะเป็นการใช้ซิมท่องเที่ยว หรือ Wi-Fi ตามโรงแรมและร้านอาหาร นักเดินทางสามารถใช้งานแอปต่างๆได้อย่างราบรื่น ทั้ง Google Maps, Grab, แปลภาษา หรือโพสต์ภาพลงโซเชียลแบบไม่มีสะดุด การใช้ซิมในเวียดนามแนะนำให้ใช้เครือข่าย Viettel สัญญาณครอบคลุมทั่วประเทศ, Vinaphone เหมาะกับการใช้งานในเมือง, Mobifone มีราคาย่อมเยา มีแพ็กเกจหลากหลาย โดยสามารถหาซื้อได้ที่สนามบินหรือร้านสะดวกซื้อต่างๆ ราคาซิมพร้อมเน็ต 5-10 GB เริ่มต้นที่ 100,000-200,000 VND (ประมาณ 150-300 บาทเท่านั้น)

7. ค่าครองชีพถูก แต่ต้องระวังค่าธรรมเนียมแฝง

เวียดนามขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่เที่ยวได้แบบสบายกระเป๋า ทั้งค่าอาหาร ที่พัก การเดินทาง และของฝาก แต่ในความคุ้มค่านั้นก็มี “ค่าธรรมเนียมแฝง” ที่อาจโผล่มาแบบไม่ทันตั้งตัว หากไม่ระวังให้ดี ค่าครองชีพทั่วไป อาหารท้องถิ่น 1 มื้อ ราคา 20,000-50,000 VND (ประมาณ 30-80 บาท), กาแฟเวียดนาม ราคา 15,000-30,000 VND (ประมาณ 20-40 บาท), ที่พักระดับกลาง ราคา 400-800 บาท/คืน, ค่าเดินทางในเมือง (Grab Bike) ราคาเริ่มต้น 10,000 VND (ประมาณ 15 บาท) แต่ต้องระวังค่าธรรมเนียมแฝง เช่น บางร้านมี Service Charge หรือ ค่าผ้าเย็นที่ไม่ได้แจ้งล่วงหน้า, ค่าธรรมเนียมแลกเงิน ร้านแลกเงินบางแห่งคิดค่าธรรมเนียมแฝง หรือให้อัตราแลกเปลี่ยนต่ำ, ค่าธรรมเนียม ATM หรือบัตรเครดิต การกดเงินจาก ATM อาจมีค่าธรรมเนียมสูงถึง 30,000-50,000 VND ต่อครั้ง, ค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ วัดหรือสถานที่บางแห่งมีค่าธรรมเนียมเข้าชมที่ไม่แจ้งชัดเจน ควรสอบถามก่อนเข้าหรือดูป้ายประกาศให้ดีก่อน, ค่าบริการจากคนขับรถหรือไกด์ท้องถิ่น อาจมีการเรียก"ทิป" หรือ "ค่ารอ" เพิ่ม หากไม่ได้ตกลงไว้ก่อน

8. อาหารเวียดนามอร่อยมาก แต่บางอย่างอาจไม่คุ้น

ถ้าพูดถึงเวียดนามหลายคนอาจนึกถึงเฝอร้อนๆ หรือบั๋นหมี่แป้งกรอบไส้แน่น แต่จริงๆแล้วอาหารเวียดนามมีความหลากหลายทั้งรสชาติ วัตถุดิบ และวิธีปรุงที่สะท้อนวัฒนธรรมท้องถิ่นได้อย่างลึกซึ้ง อาหารส่วนใหญ่จะเน้นความสด เบา และใช้สมุนไพรเยอะ เช่น ผักชี สะระแหน่ โหระพา รวมถึงน้ำจิ้มที่มีรสเปรี้ยวหวานเค็มผสมกันอย่างลงตัว เมนูยอดนิยมที่คนไทยมักชอบ ได้แก่ เฝอ ก๋วยเตี๋ยวเนื้อหรือไก่ในน้ำซุปหอมกลมกล่อม, บั๋นหมี่ ขนมปังฝรั่งเศสไส้หมูย่าง ไข่ หรือพาเต้, ปอเปี๊ยะสด/ทอด ห่อผักสดหรือทอดกรอบ เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มเปรี้ยวหวาน, กาแฟเวียดนามที่มีความเข้มข้น หวานมันด้วยนมข้น เป็นต้น 

เมนูที่อาจไม่คุ้นสำหรับคนไทย
- ไข่เป็ดใกล้ฟัก คล้ายไข่ข้าวของฟิลิปปินส์ นิยมกินกับเกลือและใบโหระพา
- เนื้อย่างจิ้มปลาร้าเวียดนาม ที่มีกลิ่นแรงแต่รสเด็ด
- อาหารทะเลหมักหรือดอง เช่น กุ้งดองน้ำปลาเวียดนามที่มีรสเปรี้ยวเค็มจัด
- น้ำจิ้มปลาหมัก มีกลิ่นเฉพาะตัว อาจแรงสำหรับบางคน แต่เป็นหัวใจของอาหารเวียดนาม

9. ของฝากแนะนำ: กาแฟเวียดนาม, หมวกโคโน, งานฝีมือ

เที่ยวเวียดนามทั้งที อย่าลืมเลือกของฝากที่สะท้อนเสน่ห์ของประเทศนี้กลับไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นหอมของกาแฟเข้มข้น ความงามของหมวกโคโน หรือความประณีตของงานฝีมือท้องถิ่น ทุกชิ้นล้วนมีเรื่องราวและเอกลักษณ์เฉพาะตัวทั้งนั้น ของฝากที่แนะนำ ได้แก่ กาแฟเวียดนาม (Vietnamese Coffee) ขึ้นชื่อเรื่องความเข้มข้นและกลิ่นหอมเฉพาะตัว นิยมใช้กาแฟบดละเอียด ชงผ่านฟิลเตอร์โลหะแล้วเติมนมข้นหวาน มีทั้งแบบเมล็ดบด แบบซองสำเร็จรูป และแบบดริปพร้อมชง แบรนด์ยอดนิยม: Trung Nguyên, G7, Highlands Coffee เป็นต้น, หมวกโคโน คือหมวกทรงสามเหลี่ยมทำจากใบลานหรือไม้ไผ่ สะท้อนวิถีชีวิตชาวเวียดนาม ใช้กันแดดในชีวิตประจำวัน และเป็นสัญลักษณ์ของความอ่อนโยนแบบเวียดนาม มีทั้งแบบเรียบๆสำหรับใช้งาน และแบบตกแต่งลวดลายสำหรับเป็นของฝาก น้ำหนักเบา พกพาง่ายอีกด้วย นอกจากนี้ของฝากที่ได้รับความสนใจก็คือ งานฝีมือท้องถิ่น เช่น ผ้าปักมือ, กระเป๋าผ้าลายชนเผ่า, พัดไม้ไผ่, เซรามิกท้องถิ่น เป็นต้น

10. ร้านอาหารที่เวียดนาม ไม่มีน้ำฟรีบริการ

หนึ่งในความต่างที่นักท่องเที่ยวชาวไทยอาจสะดุดเมื่อไปนั่งร้านอาหารในเวียดนามก็คือ “ไม่มีน้ำเปล่าฟรี” เหมือนที่เราคุ้นเคยในร้านอาหารไทยทั่วไป เพราะส่วนใหญ่คนเวียดนามนิยมดื่มน้ำชามากกว่า หากต้องการน้ำดื่มต้องสั่งแยก โดยมีให้เลือกทั้งน้ำเปล่าขวดเล็ก น้ำแร่ หรือเครื่องดื่มอื่นๆ ราคาน้ำเปล่าขวดเล็กมักอยู่ที่ 5,000–15,000 VND (ประมาณ 8–25 บาท) แล้วแต่ร้าน

ข้อควรระวัง:
- บางร้านอาจเสิร์ฟน้ำโดยไม่แจ้งราคา แล้วคิดเพิ่มในบิลตอนท้าย
- น้ำแข็งในบางพื้นที่อาจไม่สะอาด ควรเลือกน้ำขวดแบบปิดสนิท
- หากไม่ต้องการน้ำดื่ม ให้แจ้งพนักงานชัดเจนตั้งแต่ต้น

เคล็ดลับสำหรับนักเดินทางชาวไทย:
- พกน้ำดื่มติดตัวไว้ โดยเฉพาะหากเดินทางกับกลุ่มทัวร์หรือไปสถานที่ห่างไกล
- สังเกตเมนูหรือถามราคาน้ำก่อนสั่ง เพื่อหลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายแฝง
- หากพักโรงแรมหรือโฮสเทล มักมีน้ำดื่มฟรีให้ก่อนออกเดินทาง

เป็นยังไงบ้างกับ 10 ข้อควรรู้ก่อนเที่ยวเวียดนาม? บอกเลยว่าแค่เตรียมตัวให้ดี รู้เท่าทันนิดหน่อย ทริปนี้ก็จะทั้งสนุก ฟิน และราบรื่นแบบไม่มีสะดุดแน่นอน ส่วนใครไม่อยากวางแผนให้วุ่น กดจองทัวร์เวียดนามกับเราสิ! เดินทางง่าย มีไกด์ดูแล อาหารพร้อม ที่พักดี แถมราคาน่ารักอีกด้วย จองเลยคลิก: ทัวร์เวียดนาม

จำนวนผู้เข้าชม 297 ครั้ง