Black Ribbon Top Right

เวลาทำการ

จันทร์-เสาร์ :

09.00 - 22.00 น.

Hotline

083-885-3011

เราช่วยคุณได้

@epictripsthailand

Travel License : 11/12758

หน้าแรก

/

บทความท่องเที่ยว

/

แจกแพลนเที่ยว 5 วัน 4 คืน - นาโกย่า เกียวโต โอซาก้า

แจกแพลนเที่ยว 5 วัน 4 คืน - นาโกย่า เกียวโต โอซาก้า

09

Oct

ญี่ปุ่น

แจกแพลนเที่ยว 5 วัน 4 คืน - นาโกย่า เกียวโต โอซาก้า

ถ้าใครกำลังมองหาเส้นทางเที่ยวที่ผสมผสานความคลาสสิกของวัฒนธรรมญี่ปุ่นเข้ากับความสนุกสนานของเมืองใหญ่ล่ะก็...บทความนี้คือคำตอบ! วันนี้ Epic Trips ขอชวนเพื่อนๆออกเดินทางจากนาโกย่า เมืองแห่งประวัติศาสตร์และอาหารท้องถิ่นสุดฟิน สู่โอซาก้า เมืองแห่งสีสัน ความคึกคัก และแหล่งช้อปปิ้งสุดปัง กับแพลนเที่ยว 5 วัน 4 คืนที่ออกแบบมาให้ครบทั้งแลนด์มาร์คดัง และมุมถ่ายรูปสุดปัง ถ้าพร้อมแล้วเก็บกระเป๋าไปกันเล้ย!

DAY 1

- หมู่บ้านชิราคาวาโกะ (Shirakawa-go) ตั้งอยู่บนภูเขาในเขตจังหวัดกิฟูและโทยามาทางตอนกลางของเกาะฮอนชู ประกอบไปด้วยบ้านเรือนรูปร่างแปลกตาที่มีอายุเก่าแก่กว่า 200-300 ปี ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก เมื่อปีพ.ศ.2538 ทำให้หมู่บ้านแห่งนี้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ขึ้นในพริบตา บ้านเรือนต่างๆแปรสภาพกลายเป็นร้านขายของที่ระลึกสำหรับนักท่องเที่ยว เป็นร้านอาหาร พิพิธภัณฑ์ บ้านพักค้างคืน กลายเป็นกระแสในหมู่นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบประเทศญี่ปุ่นอย่างรวดเร็ว

- ถนนซันมาชิซูจิ (Sanmachi-suji) ย่านเมืองเก่าของญี่ปุ่นที่มีอายุกว่า 300 ปี เป็นศูนย์กลางการค้า  ของเมืองทาคายาม่าที่มีความเฟื่องฟูทางเศรษฐกิจเป็นอย่างมากในยุคเอโดะ จุดเด่นของย่านนี้คืออาคารบ้านเรือนเป็นสไตล์แบบญี่ปุ่นแท้ๆ และสีของตัวอาคารจะมีสีน้ำตาลและสีดำเท่านั้น ในปัจจุบันได้รับการอนุรักษ์เชิดชูให้เป็นย่านที่มีสิ่งก่อสร้างที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ของญี่ปุ่น ตลอดสองข้างทางในย่านนี้จะมีร้านค้า ร้านขายของที่ระลึก รวมถึงร้านอาหารให้ได้เลือกชิมเลือกซื้อตามอัธยาศัย

DAY 2

- ตลาดเช้ามิยากาวะ (Miyagawa Morning Market) เรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่พลาดไม่ได้เมื่อมายังเมืองทาคายาม่า เพราะบรรยากาศการค้าขายของที่นี่จะแตกต่างจากเมืองใหญ่ๆ เต็มไปด้วยความเป็นเมืองที่ยังคงความเป็นชนบทอยู่มากทำให้แลดูเป็นกันเองมากกว่า แถมราคายังกันเองกว่าไปซื้อในห้างใหญ่ๆอยู่มากพอตัว ร้านค้าก็เยอะอีกด้วย

- Takasu Snow Park เป็นพื้นที่เล่นสกีบนภูเขา มีสนามทางลาดแบบตัวยูให้ท่านทดลองเล่นเทียบเท่าระดับโลกเล่น เช่น “2ft super pipe” มาตรฐานเดียวกับโอลิมปิกฤดูหนาว สำหรับผู้เล่นระดับสูงที่ต้องการพัฒนาทักษะสโนว์บอร์ดของตัวเองก็ขอแนะนำที่นี่เลย นอกจากนี้ยังมีอีก 3 หลักสูตรที่มีระยะทางสูงสุดประมาณ 4000 เมตร เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้เล่นที่อยู่ในระดับต้นและระดับกลางสำหรับการสกีระยะยาว

- ฟาร์มสตรอเบอร์รี่ (Strawberry Farm) กิจกรรมยอดนิยมคือการเก็บสตรอเบอร์รี่ทานได้ไม่อั้นภายในเวลาที่กำหนด ราคาและสายพันธุ์ของสตรอเบอร์รี่จะแตกต่างกันไปในแต่ละฟาร์ม และส่วนใหญ่ต้องจองล่วงหน้า ถือว่าเป็นโอกาสพิเศษที่จะได้ลิ้มลองสตรอเบอร์รี่ญี่ปุ่นแท้ๆเลยทีเดียว

- Nabana No Sato Illumination ซึ่งเป็นงานไฟประดับที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ซึ่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ตั้งแต่ประมาณกลางเดือนตุลาคม (ฤดูใบไม้ร่วง) ยาวไปจนถึงเดือนพฤษภาคม (ฤดูใบไม้ผลิ) ของปีถัดไป ในแต่ละปีก็จะเปิดให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวพักผ่อน ชมความสวยงามของทุ่งดอกไม้ภายใน งานไฟประดับที่สวยงามนี้จึงเป็นที่นิยมมากๆของนักท่องเที่ยวมาถ่ายเล่นถ่ายรูปสวยๆ พร้อมๆกับรับลมหนาวนั่นเอง

DAY 3

- ปราสาทนาโกย่า (Nagoya Castle) อีกหนึ่งแลนด์มาร์คสำคัญแห่งเมืองนาโกย่าที่ถ้ามาเมืองนี้แล้วต้องมาแวะปักหมุดให้ได้ แม้โครงสร้างบางส่วนที่ได้รับการปรับปรุงให้แข็งแรงขึ้นมาไม่ได้มีเพียงแค่โครงสร้างเดิมล้วนๆ แต่รับรองว่าเค้าอนุรักษ์บรรยากาศแบบโบราณๆได้อย่างดีเยี่ยม อีกทั้งยังจะมีพระราชวัง พิพิธภัณฑ์ สวนหย่อม และจุดชมธรรมชาติสวยๆให้เดินชมภายในบริเวณปราสาทอีกมากมาย

- ป่าไผ่แห่งอราชิยาม่า (Arashiyama Bamboo Groves) นี้ตั้งอยู่ตีนเขาในเมืองอราชิยาม่า เกียวโต ตลอดสองข้างทางนั้นรายรอบไปด้วยต้นไผ่ที่เสียดแทงกอขึ้นไปบนฟ้าสูงไม่ต่ำกว่าสิบเมตร ปกคลุมทางเดินที่ลาดเอียงไปตามเนินเขาอย่างงดงาม เส้นทางนี้เราสามารถเดินชมความงามของธรรมชาติ ซึมซับความสดชื่นของกลิ่นไผ่ ฟังเสียงเสียดสีของกอไผ่ที่เคล้ากับเสียงลม ตลอดจนสามารถขี่จักรยานเพื่อท่องป่าไผ่ได้ รวมถึงสามารถใช้บริการของรถลากโบราณละเลียดความงามของป่าไผ่ได้ด้วย 

- สะพานโทเก็ตสึเคียว (Togetsukyo Bridge) ตัวสะพานความยาว 155 เมตร กว้าง 12.2 เมตร ซึ่งทอดข้ามแม่นํ้าคัตสึระ โดยมีภูเขาอาราชิยาม่าเป็นฉากหลัง ตั้งอยู่ในบริเวณอาราชิยาม่า  เป็นสะพานที่พาดข้ามแม่น้ำคัตสึระ ตัวสะพานโทเง็ตสึเคียวดั้งเดิมนั้นสร้างขึ้นในสมัยเฮอันราวปี ค.ศ. 836 โดยเป็นสะพานไม้ทั้งหมด ส่วนรูปแบบสะพานที่เห็นในปัจจุบันนั้นสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1934 ช่วงฐานของสะพานเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ทว่ายังใช้ราวสะพานเป็นไม้เพื่อคงเอกลักษณ์ดั้งเดิมไว้อยู่ เรียกได้ว่าเป็นไฮไลต์อีกอย่างหนึ่งของการท่องเที่ยวอาราชิม่า เมืองเกียวโตเลยทีเดียว 

- วัดคินคะคุจิ (Kinkakuji Temple) หรือที่รู้จักกันในชื่อวัดทองมีชื่ออย่างเป็นทางการว่า “วัดโรคุออนจิ” เป็นวัดพุทธนิกายเซ็น สำนักรินไซ และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น โดยได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจาก UNESCO เมื่อปี ค.ศ. 1994 ตัววัดคินคะคุจิมีจุดเด่นอยู่ที่ศาลาสีทองซึ่งตั้งอยู่ริมบ่อน้ำ ตัวศาลาดั้งเดิมสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1397 เพื่อเป็นที่พักของท่านโชกุนอาชิคางะ โยชิมิตสึ หลังสละราชสมบัติ ซึ่งหลังจากที่ท่านโชกุนเสียชีวิตก็ได้เปลี่ยนมาเป็นวัดแทน ทั้งนี้ตัวศาลาได้เกิดเพลิงไหม้จนเสียหายไปหลายครั้ง สำหรับรูปแบบที่เห็นในปัจจุบันนั้นได้รับการบูรณะขึ้นใหม่เมื่อปี ค.ศ. 1955 ซึ่งมีทั้งหมด 3 ชั้น โดย 2 ชั้นบนสุดนั้นมีการปิดด้วยทองคำเปลวจนเป็นสีทองอร่าม ส่วนชั้นล่างก็ยังเป็นคงใช้เป็นสีของไม้และปิดผนังด้วยสีขาวตามแบบฉบับวัดเซ็น นอกจากนี้วัดคินคะคุจิก็ยังมีชื่อเรียกเล่นๆ อีกว่า “วัดอิคคิวซัง” ซึ่งมาจากการที่ตัวศาลาสีทองนั้นเป็นฉากในการ์ตูนเรื่อง “อิคคิวซัง“ หรือในภาษาไทย “เณรน้อยเจ้าปัญญา” โดยเป็นปราสาทของท่านโชกุนอาชิกางะ โยชิมิตสึ ผู้ที่ชอบตั้งคำถามปุจฉาวิสัชนากับอิคคิวซังนั่นเอง

DAY 4

- วัดคิโยมิสึหรือวัดน้ำใส ซึ่งตั้งตามชื่อของน้ำตก ที่อยู่ในบริเวณวัดที่เชื่อว่าเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์จากเทือกเขา เป็นวัดเก่าแก่กว่า 1,500 ปีและมีชื่อเสียงที่สุดในภูมิภาคนี้ โดยตั้งอยู่บนเนินเขาฮิงายามาทางตะวันออกของเมืองเกียวโต สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 788 เพื่อถวายแด่พระโพธิสัตว์กวนอิม 11 พักตร์ ก่อนที่เกียวโตจะเป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่น ในปี 2007 ถูกคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของโลก อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะไม่ได้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกแต่วัดนี้ก็ถูกรับรองให้เป็นมรดกโลกไปแล้ว

- ย่านกิออน ในเมืองเกียวโต เป็นย่านที่มีเสน่ห์ของบ้านเรือนเก่าแก่สไตล์ญี่ปุ่นโบราณ และเป็นย่านที่หลายคนอยากมาชมเกอิชา ในชุดกิโมโนดั้งเดิมที่มีความสวยงาม ซึ่งเกอิชานั้นเป็นหญิงสาวที่มีความชำนาญทางศิลปะและทำหน้าที่ดูแลแขกในร้านน้ำชาที่เปิดในย่านแห่งนี้ เป็นอาชีพที่สืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ

- ตึกอุเมดะสกาย สถาปัตยกรรมสมัยใหม่ที่ขึ้นชื่อแห่งหนึ่งที่โอซาก้า เป็นอีกแลนด์มาร์คหนึ่งที่สำคัญ ตัวอาคารนั้นมีรูปแบบสถาปัตยกรรมที่ทันสมัย มีความสูงถึง 173 เมตร มีการเชื่อมต่อสองฝั้งของตึกเข้าด้วยกันที่ชั้น 40 มีทำเลดีอยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟ นอกจากความสวยงามสุดล้ำของตึก ภายในยังมีอะไรที่น่าสนใจมากมาย

- ย่านชินไซบาชิ ย่านช้อปปิ้งชื่อดังของนครโอซาก้า ภายในย่านนี้มีร้านค้าเก่าแก่ปะปนไปกับร้านค้าอันทันสมัยและสินค้าหลากหลายรูปแบบทั้งสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ ซึ่งย่านนี้ถือว่าเป็นย่านแสงสี และบันเทิงชั้นนำแห่งหนึ่งของนครโอซาก้า อีกทั้งยังมีร้านอาหารทะเลขึ้นชื่อมากมาย ซึ่งเสน่ห์อย่างหนึ่งคือ ทุกร้านจะประดับประดาร้านของตนด้วยแสงไฟนีออนซึ่งดัดทำให้เป็นรูปปู กุ้ง และปลาหมึก ซึ่งนักท่องเที่ยวให้ความสนใจและแวะถ่ายรูปกันเป็นที่ระลึกอย่างมาก และร้านค้าทุกแห่ง จะพยายามสร้างจุดเด่นให้แก่ร้านของตนให้ได้มากที่สุด เพื่อดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาใช้บริการ สัญลักษณ์เด่นของย่านนี้คือ ตึกรูปเครื่องหมายการค้าของกูลิโกะ ผลิตภัณฑ์ขนมชื่อดังจากญี่ปุ่นนั่นเอง 

- ย่านโดทงโบริ ถนนเส้นหลักใจกลางเมือง เป็นถนนที่ยาวเลียบคลอง สร้างขึ้นในช่วง ค.ศ.1612 โดยการขุดคลองเพื่อเชื่อมต่อกับแม่น้ำในสมัยนั้น ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นย่านการค้าที่สำคัญมาก เป็นแหล่งช้อปปิ้ง ท่องเที่ยว และเต็มไปด้วยร้านอาหารมากมาย ที่สำคัญห้ามพลาดแลนด์มาร์กเด่นอย่าง ป้ายกูลิโกะ รูปนักวิ่งชายกำลังชูมือ สัญลักษณ์สำคัญของเมืองโอซาก้า 

DAY 5

- ปราสาทโอซาก้า สถานที่สำคัญและยังเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของเมืองโอซาก้าที่มีคุณค่าทางวัฒนธรรม สร้างขึ้นครั้งแรกในบริเวณที่เคยเป็นวัดอิชิยา มะฮนกังจิเมื่อปีค.ศ.1583 ก่อนจะถูกบูรณะใหม่ถึง 2 ครั้งด้วยกัน ปัจจุบันปราสาทโอซาก้ามีความสูง 55 เมตร มี 5 ส่วน 8 ชั้น โดยบนหอคอยชั้น 8 สามารถมองเห็นทิวทัศน์โดยรอบได้อย่างชัดเจน แต่สิ่งที่มีชื่อเสียงเป็นพิเศษคือประตูขนาดใหญ่และป้อมปราการที่ทำมาจากก้อนหินใหญ่อันสูงชันเกือบ 30 เมตรนั่นเอง 

- ตลาดปลาคุโรมง ตลาดแห่งนี้มีความเป็นมาอย่างยาวนาน เป็นตลาดเก่าแก่เป็นอันดับต้นๆแห่งหนึ่ง นอกจากปลาและอาหารทะเลแล้ว ที่นี่ยังเป็นแหล่งรวมวัตถุดิบคุณภาพของโอซาก้าและแถบใกล้เคียงจึงได้รับสมญานามว่าเป็น “ครัวแห่งโอซาก้า”

- ริงกุเอ้าท์เล็ท แหล่งช้อปปิ้งขนาดใหญ่ใกล้กับสนามบินคันไซ เพลิดเพลินกับการเลือกซื้อสินค้าแบรนด์เนมชื่อดังหลากหลายและสินค้าดีราคาพิเศษ อาทิ เครื่องสำอาง, เครื่องประดับ, เสื้อผ้า, กระเป๋า, รองเท้าอุปกรณ์กฬา, เครื่องใช้ไฟฟ้า และยังเป็นแหล่งรวมสินค้าแบรนด์ญี่ปุ่นโกอินเตอร์มากมาย รวมไปถึงรองเท้าแฟชั่น Hush Puppies, Scotch Grain, Skechers, Hogan ฯลฯ

เป็นยังไงกันบ้างสำหรับทริป 5 วัน 4 คืนที่ทาง Epic Trips จัดมาให้? อย่าลืมว่าทุกจุดหมายล้วนมีความหมายเมื่อเราได้สัมผัสด้วยตัวเอง ถ้าใจพร้อม กระเป๋าพร้อม ก็อย่ารอช้า... ญี่ปุ่นรอให้เพื่อนๆไปค้นพบอีกหลายมุมที่ยังไม่เคยเห็น หากใครต้องการทริปสบายๆก็ติดต่อเราได้ที่ @epictripsthailand แล้วพบกันในบทความหน้ากับเส้นทางใหม่ๆที่น่าตื่นเต้นไม่แพ้กันค่ะ 

จำนวนผู้เข้าชม 218 ครั้ง