Black Ribbon Top Right

เวลาทำการ

จันทร์-เสาร์ :

09.00 - 22.00 น.

Hotline

083-885-3011

เราช่วยคุณได้

@epictripsthailand

Travel License : 11/12758

หน้าแรก

/

บทความท่องเที่ยว

/

"ยอนซันกุน" กษัตริย์ผู้อื้อฉาวแห่งราชวงศ์โชซอน

30

Sep

เกาหลี

"ยอนซันกุน" กษัตริย์ผู้อื้อฉาวแห่งราชวงศ์โชซอน

  ในหน้าประวัติศาสตร์เกาหลี หากจะกล่าวถึงกษัตริย์ผู้ทรงอำนาจแต่กลับถูกจารึกไว้ด้วยความอื้อฉาวและโศกนาฏกรรมทางการเมือง “ยอนซันกุน” คือชื่อที่ไม่อาจละเลยได้ ด้วยรัชสมัยที่เต็มไปด้วยความฟุ่มเฟือย การกดขี่ และการปราบปรามอย่างรุนแรง พระองค์กลายเป็นสัญลักษณ์ของทรราชแห่งโชซอน และเป็นหนึ่งในสองกษัตริย์ที่ถูกปลดจากตำแหน่งโดยการรัฐประหาร เรื่องราวของพระองค์ไม่ได้มีเพียงแค่การเมือง หากแต่ยังแฝงด้วยบาดแผลส่วนตัวจากการสูญเสียพระมารดาอย่างไม่เป็นธรรม ความขัดแย้งในราชสำนัก และการเปลี่ยนแปลงของพระอุปนิสัยจากเจ้าชายผู้มีความหวัง สู่กษัตริย์ผู้ถูกเปรียบเปรยว่าเป็น “เจี๋ยและโจว” แห่งเกาหลี

  วันนี้ Epic Trips จะพาทุกคนย้อนรอยชีวิตของยอนซันกุนที่กลายเป็นบทเรียนทางประวัติศาสตร์อันเข้มข้นของราชวงศ์โชซอนกัน

ประวัติศาสตร์ของ "ยอนซันกุน"

ยอนซันกุน เป็นกษัตริย์องค์ที่ 10 แห่งราชวงศ์โชซอน ครองราชย์เป็นเวลา 12 ปี ตั้งแต่ปี 1494 ถึง 1506 พระองค์ถือเป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์ที่ถูกนำเสนอในละครย้อนยุคและภาพยนตร์เกาหลีบ่อยครั้ง เนื่องจากพฤติกรรมอันสุดโต่งและโหดร้ายตลอดรัชสมัยของพระองค์ ซึ่งเชื่อมโยงกับชีวิตอันพลิกผันของพระมารดา(พระมเหสียุน)จนกลายเป็นเรื่องราวที่มีมิติและเข้มข้นราวกับละคร พระองค์ไม่ได้รับการยกย่องว่าเป็น “กษัตริย์” ด้วยซ้ำ แต่ถูกเรียกว่า "กุน" (gun) ซึ่งใช้กับผู้ที่ถูกปลดหรือไม่ได้รับการยกย่องอย่างเป็นทางการ ในประวัติศาสตร์ราชวงศ์โชซอนมีเพียงสองพระองค์ที่ถูกปลดจากตำแหน่งผ่านการรัฐประหาร คือ ยอนซันกุน (Yeonsan-gun) และ ควังแฮกุน (Gwanghae-gun) ทั้งสองพระองค์ไม่ได้รับพระนามหลังสวรรคตหรือชื่อสุสาน และในพงศาวดารราชวงศ์ที่เรียกว่า ซอนวอนโบรยัก (=หนังสือบันทึกรายพระนามและลำดับวงศ์ของพระราชวงศ์โชซอน ซึ่งทำหน้าที่คล้ายกับพงศาวดารราชสกุล) ก็ถูกบันทึกไว้เพียงในฐานะ “เจ้าชาย” โดยไม่มีพระราชฐานะเต็มรูปแบบ นอกจากนี้บันทึกเกี่ยวกับพระองค์ก็ไม่ได้อยู่ใน “พงศาวดารราชวงศ์โชซอน” แต่ถูกจัดอยู่ในหมวด “อิลกี” หรือบันทึกประจำวันแทน

ช่วงรัชสมัยของพระองค์เต็มไปด้วยความโหดร้ายและความฟุ่มเฟือย เช่น ใช้อำนาจกำจัดและประหารขุนนางจำนวนมาก (เหตุการณ์ที่เรียกว่า Literati Purges), กดขี่ประชาชน, เก็บภาษีเกินควร เพื่อนำมาใช้ในการสร้างความบันเทิงส่วนพระองค์, มีชื่อเสียงในด้านความหมกมุ่นกับความบันเทิง งานเลี้ยง และสตรี จนละเลยการบริหารประเทศ เหตุผลในการปลดยอนซันกุนนั้นชัดเจนและเป็นเอกฉันท์ว่าเกิดจากการปกครองที่ล้มเหลวและการเสื่อมทรามส่วนบุคคล จึงไม่น่าแปลกใจที่ขุนนางในยุคนั้นจะเปรียบพระองค์กับกษัตริย์ทรราชในประวัติศาสตร์จีนโบราณอย่าง เจี๋ย (桀) และ โจว (紂) การที่ยอนซันกุนกลายเป็นสัญลักษณ์ของกษัตริย์ทรราชนั้น มีรากฐานมาจากเรื่องราวส่วนตัวเกี่ยวกับพระมารดา เหตุการณ์สำคัญในรัชสมัยของยอนซันกุน ได้แก่ มูโอซาฮวา และ คับจาซาฮวา ซึ่งเป็นการปราบปรามนักปราชญ์และขุนนางฝ่ายตรงข้ามอย่างรุนแรง เหตุการณ์เหล่านี้รวมกับพฤติกรรมฟุ่มเฟือยและการใช้อำนาจในทางที่ผิดของพระองค์ นำไปสู่การรัฐประหารที่เรียกว่า จุงจงบันจ็อง (중종반정) และการปลดพระองค์ออกจากตำแหน่งในที่สุด

และถึงแม้พระองค์จะถูกจดจำในประวัติศาสตร์เกาหลีว่าเป็น “ทรราช” แต่ถ้าจะมองหาข้อดีหรือสิ่งที่พอจะนับว่าเป็นประโยชน์ในรัชสมัยของพระองค์ก็ยังพอมีบ้าง เช่น 
1. การสนับสนุนงานด้านภาษาและการศึกษา แม้จะไม่ใช่ผลงานโดยตรงเท่าพระเจ้าเซจง แต่มีการรวบรวมตำราหลายชนิด และมีการใช้อักษรเกาหลีอย่างแพร่หลายมากขึ้นในช่วงรัชสมัยของพระองค์ (ส่วนหนึ่งเพราะพระองค์ไม่ได้เน้นงานราชการแบบจารีต ทำให้ประชาชนทั่วไปหันมาใช้อักษรที่อ่านง่ายกว่าอักษรจีน)

2. การพัฒนาในด้านศิลปะและการแสดง พระองค์โปรดการละเล่นดนตรีและการแสดงมาก จึงมีการสนับสนุนวงดนตรี นักแสดง และการแสดงพื้นบ้านบางประเภท ทำให้วัฒนธรรมการแสดงในราชสำนักมีความรุ่งเรืองในช่วงเวลานั้น

3. การแก้กฎหมายบางส่วนให้เป็นธรรมกับสามัญชนมากขึ้น (ระยะต้นรัชกาล) ในช่วงแรกๆของการครองราชย์ พระองค์เคยออกนโยบายเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของราษฎร เช่น ลดโทษบางประการและผ่อนปรนกฎหมาย ก่อนที่ต่อมาจะเปลี่ยนทิศทางไปสู่การปกครองแบบโหดร้าย

กล่าวโดยรวมแล้ว “ข้อดี” ของพระองค์มักจะเป็นผลพลอยได้จากรสนิยมส่วนพระองค์ มากกว่าจะเป็นนโยบายเพื่อบ้านเมืองโดยตรงนั่นเอง

Bon Appetit, Your Majesty

ถ้าพูดถึงซีรีส์ที่กำลังเป็นกระแสและได้รับความนิยมอยู่ละก็ "Bon Appétit, Your Majesty" ต้องเป็นหนึ่งในนั้นแน่ๆ เรื่องราวของเชฟอาหารฝรั่งเศสผู้มีความฝันจะคว้าดาวมิชลินในปารีส แต่แล้วเธอกลับถูกพาย้อนเวลากลับไปยังยุคโชซอนผ่านตำราอาหารโบราณ และพบกับพระราชาอีฮอน กษัตริย์หนุ่มผู้มีรสนิยมซับซ้อน เมื่ออาหารสมัยใหม่ของนางเอกดึงดูดพระราชา เธอจึงถูกแต่งตั้งเป็นเชฟหลวง และต้องปรับตัวเข้ากับวังหลวงที่เต็มไปด้วยการเมือง ความลับ และศัตรูที่วางแผนโค่นบัลลังก์ เหตุผลที่ซีรีส์เกาหลีบางเรื่องตีความว่า "ยอนซันกุนเป็นนักชิมอาหาร" มักมาจากการผสมผสานระหว่างประวัติศาสตร์จริงกับการตีความเชิงบันเทิง อันสืบเนื่องมาจากเหตุผลบางประการดังนี้

1. ภาพลักษณ์ “กษัตริย์เสเพล” ยอนซันกุนถูกบันทึกว่า ฟุ้งเฟ้อ รักความสบาย และหมกมุ่นในความบันเทิง ไม่ว่าจะเป็นสุรา นารี ดนตรี และการแสดง ลักษณะนี้ทำให้ผู้เขียนบทนำมาตีความต่อว่าพระองค์ก็น่าจะ พิถีพิถันเรื่องอาหารการกินด้วยเช่นกัน

2. ความบันเทิงในราชสำนัก ในพงศาวดารบันทึกว่าพระองค์จัดงานเลี้ยงและงานบันเทิงอยู่บ่อยๆ มีอาหารหรูหรามากมายในงานเลี้ยงเหล่านี้ ซีรีส์จึงขยายภาพว่า พระองค์ “สนใจและชิม” อาหารต่างๆมากกว่าจะสนใจบ้านเมือง

3. การเล่าเรื่องเพื่อดึงดูดผู้ชม ถ้าเล่าตรงตามประวัติศาสตร์เพียงอย่างเดียว พระองค์จะถูกมองเป็นกษัตริย์โหดร้ายอย่างเดียว อาจทำให้ผู้ชมรู้สึกอึดอัด การสร้าง “มิติใหม่” ว่าเป็น กษัตริย์นักชิม ช่วยทำให้ตัวละครมีสีสันมากขึ้น ทั้งตลก ดราม่า และสะท้อนความ “หลงใหลในรสชาติชีวิต” ของพระองค์

เรื่องราวของยอนซันกุนไม่ใช่เพียงบันทึกของกษัตริย์ผู้ถูกปลด หากแต่เป็นภาพสะท้อนของความเจ็บปวดส่วนบุคคลที่แปรเปลี่ยนเป็นการปกครองอันโหดร้าย เมื่อความแค้นส่วนตัวหลอมรวมกับอำนาจสูงสุด ผลลัพธ์คือความสูญเสียทั้งในราชสำนักและหัวใจของประชาชน แม้พระองค์จะถูกลบออกจากพงศาวดารอย่างเป็นทางการและถูกเรียกเพียง “เจ้าชายยอนฮี” แต่เรื่องราวของพระองค์ยังคงถูกเล่าขานผ่านละคร ภาพยนตร์ และบทเรียนทางประวัติศาสตร์ เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจว่า "อำนาจที่ปราศจากความยุติธรรม ย่อมนำพาสู่จุดจบที่ไม่มีใครจารึกด้วยเกียรติ"

จำนวนผู้เข้าชม 222 ครั้ง