Black Ribbon Top Right

เวลาทำการ

จันทร์-เสาร์ :

09.00 - 22.00 น.

Hotline

083-885-3011

เราช่วยคุณได้

@epictripsthailand

Travel License : 11/12758

หน้าแรก

/

บทความท่องเที่ยว

/

แนะนำ 8 ร้านมิชลิน น่าลองในโตเกียว

แนะนำ 8 ร้านมิชลิน น่าลองในโตเกียว

26

Sep

ญี่ปุ่น

แนะนำ 8 ร้านมิชลิน น่าลองในโตเกียว

  "โตเกียว" เมืองแห่งดาวมิชลินที่สายกินต้องไปให้ถึง! ถ้าเพื่อนๆคิดว่าโตเกียวมีดีแค่ซูชิ ทุกคนกำลังพลาดที่สุดของโลกอาหาร เพราะเมืองนี้คือหนึ่งในจุดหมายที่มีร้าน Michelin Star มากที่สุดในโลก ทั้งเมนูที่ทั้งหรู เนี้ยบ และสร้างสรรค์แบบญี่ปุ่นแท้ บทความนี้เราคัดมาให้แล้ว! 8 ร้าน Michelin น่าลองในโตเกียวที่ทั้งอร่อย หรู และมีเอกลักษณ์ พร้อมพิกัดและจุดเด่นที่คนไทยไปแล้วต้องร้อง “โออิชิ” ไม่รอช้า... ตาม Epic Trips ไปเก็บข้อมูลกันเลย!

  แต่ก่อนจะพาทุกคนไปรู้จัก ร้านอาหารมิชลินโตเกียวแสนอร่อย เราขอให้ความรู้เกี่ยวกับ "มิชลิน ไกด์ (Michelin Guide)" กันก่อน หรือก็คือคู่มือแนะนำร้านอาหารระดับโลกที่จัดทำโดยบริษัท Michelin จากฝรั่งเศส ซึ่งเริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 1900 เดิมทีแจกฟรีให้คนใช้รถเดินทาง แต่ปัจจุบันกลายเป็นหนึ่งในมาตรฐานสูงสุดของวงการอาหารทั่วโลก โดยจะให้รางวัล 3 แบบด้วยกัน คือ

1. มิชลินสตาร์ (Michelin Stars)

เป็นการจัดอันดับร้านอาหารที่มีคุณภาพยอดเยี่ยม เกณฑ์การพิจารณาประกอบด้วย 5 ข้อ ได้แก่ คุณภาพของวัตถุดิบ, เทคนิคการปรุงอาหาร, ความกลมกลืนของรสชาติ, บุคลิกของเชฟในจานอาหาร และความสม่ำเสมอของคุณภาพตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา

หนึ่งดาว = ร้านอาหารคุณภาพสูงที่ควรค่าแก่การหยุดแวะชิม
สองดาว = ร้านอาหารยอดเยี่ยมที่ควรค่าแก่การขับรถออกนอกเส้นทางเพื่อแวะชิม
สามดาว = สุดยอดร้านอาหารที่ควรค่าแก่การเดินทางไกลเพื่อไปชิมสักครั้ง

2. บิบ กรูมองด์ (Bib Gourmand)

รางวัลสำหรับร้านที่อร่อยและราคาสมเหตุสมผล เหมาะกับสายกินที่อยากลองร้านเด็ดโดยไม่ต้องจ่ายแพง (อิ่ม! อร่อย! แถมประหยัดอีกด้วย!) สิ่งที่ไม่จำเป็นสำหรับ Bib Gourmand ได้แก่ ไม่ต้องมีบริการระดับ fine dining, ไม่ต้องตกแต่งร้านหรู, ไม่ต้องมีเมนูหลายคอร์ส ดังนั้นจึงเหมาะมากสำหรับสายกินที่อยากลองร้านเด็ดในราคาที่จับต้องได้ และเป็นไอเดียที่ดีสำหรับจัดทริป “กินดีแต่ไม่แพง” หรือทำคอนเทนต์แนะนำร้านท้องถิ่นให้คนไทยได้เป็นอย่างดี

3. มิชลินกรีนสตาร์ (Michelin Green Star)

หรือเรียกอีกอย่างว่า "ดาวมิชลินรักษ์โลก" เป็นรางวัลใหม่ที่มอบให้แก่ร้านอาหารที่ผสานความเป็นเลิศด้านการทำอาหารเข้ากับความมุ่งมั่นอย่างโดดเด่นด้านความยั่งยืน เกณฑ์การพิจารณาจะเน้นที่การดำเนินงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การใช้วัตถุดิบอย่างยั่งยืน การจัดการขยะ และการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในทุกขั้นตอน เช่น ปลูกผักเองหรือมีฟาร์มของร้าน, ร่วมมือกับชุมชนเพื่อพัฒนาอย่างยั่งยืน เป็นต้น

ตอนนี้ก็ได้เวลาที่เราจะมารู้จักกับร้านอร่อยระดับมิชลินที่น่าลองในโตเกียวกันแล้ว บอกเลยว่า 8 ร้านที่ Epic Trips คัดมาให้ทั้งอร่อย คุณภาพดี และราคาน่ารักแน่นอน!

1. Sukiyabashi Jiro Roppongiten (2 ดาว)

มาเริ่มกันที่ร้านมิชลินร้านแรก... Sukiyabashi Jiro Roppongiten ซึ่งเป็นหนึ่งในร้านซูชิระดับตำนานของโตเกียวที่ได้รับมิชลิน 2 ดาว และเหมาะมากสำหรับสายกินพรีเมี่ยมที่อยากสัมผัส “ซูชิในรูปแบบที่บริสุทธิ์ที่สุด” ร้านซูชิแห่งนี้ไม่เน้นความหรูหรา แต่เน้นความลึกซึ้งของรสชาติและความสัมพันธ์ระหว่างเชฟกับวัตถุดิบ เชฟ Yoshikazu Ono ลูกชายของตำนานซูชิ Jiro Ono ได้สืบทอดปรัชญาการคัดสรรปลาดิบอย่างพิถีพิถัน ผ่านความสัมพันธ์กับตลาดปลาและผู้ค้าท้องถิ่นที่เชื่อถือได้ ที่นี่คือการกินซูชิแบบ Edo-style ที่เน้นความเรียบง่ายแต่ลึกซึ้ง ทุกคำคือการสื่อสารระหว่างเชฟกับผู้กิน ผ่านเทคนิคที่ฝึกฝนมาอย่างยาวนาน

ที่ตั้ง: 3F, Roppongi Hills Residence B, 6-12-2 Roppongi, Minato-ku, Tokyo, 106-0032

ราคาประมาณ: 25,900-30,000 เยน++

2. Kagurazaka Ishikawa (3 ดาว)

Kagurazaka Ishikawa คือร้านอาหารญี่ปุ่นแบบไคเซกิ (=คอร์สอาหารญี่ปุ่นที่ใช้วัตถุดิบตามฤดูกาล และนำมาเสิร์ฟตามลำดับแบบญี่ปุ่น คล้ายกับ Full Course ของตะวันตก) ที่ได้รับการยกย่องว่า “อบอุ่นที่สุดในโตเกียว” โดยเชฟ Hideki Ishikawa ผู้มีชื่อเสียงด้านการสร้างบรรยากาศเป็นกันเองและการดูแลลูกค้าแบบครอบครัว ที่นี่เสิร์ฟอาหารตามฤดูกาลในสไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิม โดยใช้วัตถุดิบสดใหม่จากทั่วประเทศ และจัดจานอย่างประณีตในบรรยากาศเรียบง่ายแต่สง่างาม

ที่ตั้ง: 5-37 Kagurazaka, Shinjuku-ku, Tokyo, 162-0825

ราคาประมาณ: 30,000-80,000 เยน

3. Tempura Kondo (2 ดาว)

Tempura Kondo คือร้านเทมปุระระดับตำนานที่เปลี่ยนภาพจำของ "ของทอดญี่ปุ่น" ให้กลายเป็นประสบการณ์ fine dining โดยเชฟ Fumio Kondo ผู้มีชื่อเสียงด้านการปรุงเทมปุระแบบเบา กรอบ และไม่อมน้ำมัน ที่นี่ใช้วัตถุดิบตามฤดูกาล เช่น รากบัวญี่ปุ่น มันหวาน หอยเชลล์ และกุ้งทะเลสดใหม่ โดยเน้นดึงรสชาติธรรมชาติของวัตถุดิบออกมาให้มากที่สุด และยังมีความพิเศษในการใช้หม้อเทมปุระ 2 ใบที่มีระดับความร้อนต่างกันอีกด้วย

ที่ตั้ง: 9F Sakaguchi Building, Ginza, Tokyo, 104-0061

ราคาประมาณ: 20,000-50,000 เยน

4. Ginza Shinohara (2 ดาว)

Ginza Shinohara คือร้านอาหารญี่ปุ่นแบบไคเซกิที่ผสมผสานความดั้งเดิมกับความร่วมสมัยได้อย่างลงตัว โดยเชฟ Takemasa Shinohara ผู้มีพื้นฐานจากจังหวัดชิกะ ได้นำวัตถุดิบท้องถิ่นและเทคนิคแบบบ้านเกิดมารังสรรค์เมนูที่ทั้งเรียบง่ายและลึกซึ้ง ทุกจานคือการเล่าเรื่องผ่านฤดูกาล เช่น ใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง หรือกลิ่นหอมของยูสุในฤดูหนาว เสิร์ฟในบรรยากาศเงียบสงบแบบเคาน์เตอร์ไม้ที่ให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัว โดยร้านมีที่นั่งเพียง 12 ที่เท่านั้น และเชฟจะปรุงอาหารตรงหน้าคุณในบรรยากาศที่อบอุ่นและหรูหรา

ที่ตั้ง: B1F Habiulu Ginza II Building, Tokyo, 104-0061

ราคาประมาณ: 20,000-50,000 เยน

5. Nodaiwa Azabu Iikura Honten (1 ดาว)

Nodaiwa Azabu Iikura Honten ร้านข้าวหน้าปลาไหลย่าง (Unagi) ที่เปิดกิจการมาตั้งแต่ยุคเอโดะ และสืบทอดสูตรลับจากรุ่นสู่รุ่นมากว่า 200 ปี โดยใช้วิธีการย่างแบบดั้งเดิมบนเตาถ่าน และซอสสูตรพิเศษที่เคี่ยวอย่างพิถีพิถัน เชฟจะแล่ปลาไหลสดใหม่ทุกวัน ย่างจนหนังกรอบ เนื้อฉ่ำ แล้วราดด้วยซอสหวานเค็มที่กลมกล่อม เสิร์ฟพร้อมข้าวญี่ปุ่นร้อนๆ และซุปใสแบบเรียบง่าย

ที่ตั้ง: 1-5-4 Higashiazabu, Minato-ku, Tokyo, 106-0044

ราคาประมาณ: 10,000-30,000 เยน

1. Onigiri Asakusa Yadoroku (Bib Gourmand)

ต่อไปเราจะมาแนะนำร้าน "รางวัล Michelin Bib Gourmand ร้านเด็ด! ราคาย่อมเยา!" กันบ้าง... โดยเริ่มจากร้าน Onigiri Asakusa Yadoroku ร้านข้าวปั้นเล็กๆที่เปิดมาตั้งแต่ปี 1954 และได้รับการยกย่องว่าเป็นร้านโอนิกิริเก่าแก่ที่สุดในโตเกียว โดยมีเมนูข้าวปั้นกว่า 20 แบบให้เลือก เช่น ไข่ปลาเมนไทโกะ บ๊วยญี่ปุ่น สาหร่าย หรือปลาแซลมอนย่าง เป็นต้น ทุกคำคือความเรียบง่ายที่อบอุ่น เสิร์ฟพร้อมซุปมิโสะร้อนๆ และบรรยากาศแบบบ้านๆที่ทำให้รู้สึกเหมือนมากินข้าวที่บ้านคุณยายญี่ปุ่นเลยทีเดียว

ที่ตั้ง: 3-9-10 Asakusa, Taito-ku, Tokyo, 111-0032

ราคาประมาณ: 1,000-2,000 เยน

2. Katsuo Shokudo (Bib Gourmand)

Katsuo Shokudo ร้านอาหารเช้าเล็กๆที่เสิร์ฟเมนูเดียวคือ “ข้าวหน้าปลาโบนิโตะแห้ง” หรือคัตสึโอะบุชิ ที่ขูดสดใหม่ทุกเช้า เสิร์ฟบนข้าวญี่ปุ่นร้อนๆ พร้อมโชยุสูตรพิเศษและไข่ดิบ (หรือไข่ต้มตามฤดูกาล) โดยเชฟเจ้าของร้านเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านปลาโบนิโตะ และมีความตั้งใจจะทำให้คนญี่ปุ่นกลับมารักอาหารเช้าแบบดั้งเดิมอีกครั้ง

ที่ตั้ง: B1F, 7-12 Uguisudanicho, Shibuya-ku, Tokyo, 150-0032

ราคาประมาณ: 1,000-2,000 เยน

3. Homemade Ramen Muginae (Bib Gourmand)

Homemade Ramen Muginae ร้านราเม็งเล็กๆที่โด่งดังจากการทำทุกอย่าง “ด้วยมือ” ตั้งแต่เส้นราเม็งที่นวดสดใหม่ทุกวัน ไปจนถึงน้ำซุปที่เคี่ยวจากวัตถุดิบธรรมชาติแบบไม่ใส่ผงปรุงรส เมนูเด่นคือ Shoyu Ramen ที่ใช้น้ำซุปไก่และปลาแห้งผสมกันอย่างกลมกล่อม เส้นเหนียวนุ่ม และหมูชาชูที่ละลายในปาก เสิร์ฟในบรรยากาศเรียบง่ายแต่อบอุ่น

ที่ตั้ง: 6-11-10 Minamioi, Shinagawa-ku, Tokyo, 140-0013

ราคาประมาณ: 1,000-2,000 เยน

จากซูชิระดับตำนานที่ต้องจองข้ามเดือน ไปจนถึงข้าวปั้นเรียบง่ายที่อบอุ่นเหมือนบ้านคุณยาย ร้านมิชลินในโตเกียวคือบทพิสูจน์ว่า "ความอร่อย" ไม่ได้วัดจากราคา หรือความหรูหราเสมอไป 8 ร้านที่เราคัดมาในบทความนี้ ไม่ใช่แค่ร้านอาหาร แต่คือจุดหมายของคนรักการกิน บางร้านอาจต้องต่อคิว บางร้านอาจต้องจองล่วงหน้า บางร้านอาจดูธรรมดา แต่ทุกแห่งมีเรื่องราว มีฝีมือ และมีหัวใจของเชฟซ่อนอยู่ในทุกจาน สำหรับใครที่กำลังวางแผนทริปโตเกียว หรืออยากจัดกรุ๊ปส่วนตัวแบบพรีเมี่ยมล่ะก็...ลองใช้ลิสต์นี้เป็นแรงบันดาลใจดูสิ เพราะการได้กินอาหารดีๆ ในเมืองที่ใส่ใจทุกรายละเอียด คือหนึ่งในความสุขที่ควรลองสักครั้งในชีวิต โตเกียวไม่เคยทำให้ผิดหวัง และ Michelin Guide ก็ไม่เคยเลือกผิดร้าน แล้วเพื่อนๆล่ะ…พร้อมออกเดินทางไปชิมดาวกันหรือยัง? 

จำนวนผู้เข้าชม 467 ครั้ง